หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

รักแฝงใจจะกี่ชาติก็ยังรักเธอ บทที่ 1

รักแฝงใจจะกี่ชาติก็ยังรักเธอ บทที่ 1


ในฤดูร้อนเช้าวันที่อากาศแจ่มใส แสงแดดอบอุ่น ท้องฟ้าสีครามเมฆสีขาวลอยฟ่อง…น้ำผึ้ง มณีนพเก้า มาทำงานด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ระหว่างเข้าแถวรอตอกบัตร ลงเวลา เธอก็ทักทายเพื่อนร่วมงานที่คุ้นเคย น้ำผึ้งดูมีชีวิตชีวาในขณะที่คนอื่นเฉื่อยชา หน้าตาเหมือนถูกสตัฟฟ์ไว้ไม่ต่างอะไรกับหุ่นยนต์ แต่น้ำผึ้งไม่ถือสาเพราะเข้าใจว่าเพื่อนร่วมงานบางคนก็เครียดเพราะทำงานหนักหรืออาจจะสุขภาพไม่ดี เธอมักจะได้ยินคนโน้นคนนี้บ่นปวดนั่นปวดนี่อยู่เป็นประจำ บางคนก็ซีดเซียวเหมือนผีตายซาก แต่เธอไม่สามารถจะไปช่วยแก้ไขอะไรได้ นอกจากดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี และมีกำลังใจทำงานต่อไป ชีวิตการทำงานของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นได้สามปี เธอยังต้องใช้เวลาอีกยาวไกลกว่าจะไปถึงวัยที่ควรจะหยุดพักจากการงานอันหนักเหนื่อย

น้ำผึ้งเดินไปที่หน้าลิฟต์ หญิงสาวยิ้มให้ผู้ชายคนหนึ่ง เธอรู้จักเขา เขาเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์การตลาดของบริษัท แต่ไม่สนิทกันนัก ที่รู้จักเพราะเคยไปติดต่องานกับเขา เขาชื่อ “ก้องภพ ศตคุณ” เขาเป็นผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา ความมีเสน่ห์ของเขาอยู่ที่ความสุขุมและสุภาพ ด้วยบุคลิกสูงสง่าน่าเกรงขาม ทำให้เขาเป็นขวัญใจของสาว ๆ ในบริษัท แม้แต่พวงคราม พวงดอกไม้ เพื่อนสนิทคนเดียวของเธอ ถึงแม้พวงครามจะมีแฟนอยู่แล้ว ทว่ายังแอบปลื้มเขาเป็นนักหนา เขาเป็นชายหนุ่มน่าสนใจ แต่น้ำผึ้งเพียงรู้สึกกับเขาอย่างเพื่อนหรือคนรู้จักกันธรรมดา ไม่เคยมีอะไรแอบแฝงอยู่เลยนอกจากมิตรภาพ

“สวัสดีครับ” เขาทักทายและยิ้มเก๋ การแต่งกายสุภาพในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวนวลผูกเนคไทสีน้ำเงิน

“สวัสดีค่ะ” เธอทักตอบ “ทำไมวันนี้มาใช้ลิฟต์ที่นี่ล่ะคะ?” เธอแปลกใจ และเคยทราบว่าปกติเขาจะใช้ลิฟต์ที่อาคารจอดรถ เพราะเขามีรถยนต์ส่วนตัวและจะต้องขับรถไปจอดที่อาคารจอดรถด้านหลังเป็นประจำ แต่วันนี้เขามาใช้ลิฟต์ที่ตึกหน้า…

เขาอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า

“วันนี้เจ้าโรบินของผมเกิดเกเรไม่อยากมาทำงานครับ ผมก็เลยต้องใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน คุณ…เอ่อ…” ท่าทางเขาอึกอักระคนเก้อ

ดูเถอะ แม้แต่ชื่อเธอเขายังจำไม่ได้เลย

ประตูลิฟต์เปิดพอดี น้ำผึ้งถือโอกาสไม่ตอบ เพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ

เธอเดินตามคนอื่น ๆ เข้าไปในลิฟต์ เขาเดินตามเธอมาด้านหลัง ภายในลิฟต์ผู้โดยสารค่อนข้างแน่น เขาและเธอยืนอยู่ใกล้กันจนเกือบจะชิดกัน แต่น้ำผึ้งก็ยังอุตส่าห์เบี่ยงกายเว้นช่องว่างไม่ให้ยืนชิดกับเขาจนได้ ในยุคเสรีนิยม ชายหญิงเท่าเทียมกัน แต่น้ำผึ้งก็ยังถือตัวตามขนบธรรมเนียมไทย
บรรยากาศภายในลิฟต์เงียบกริบ ไม่มีใครพูดอะไร

ถึงชั้นทำงานของน้ำผึ้ง หญิงสาวหันไปยิ้มให้ชายหนุ่มเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเลี่ยงคนอื่นออกไปจากลิฟต์ หลังจากนั้นน้ำผึ้งก็ตั้งสมาธิอยู่กับงาน

น้ำผึ้งทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ในวันหนึ่ง ๆ งานของเธอจะจับจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ บางวันพอเลิกงานถึงกับตาลาย ก็เคยมี

พักเที่ยง…เลขานุการของผู้จัดการเดินมาหาที่แผนก ทักทายโปรแกรมเมอร์สาวด้วยท่าทางสนิทสนม

“ยังไม่เก็บของอีกหรือผึ้ง?” พวงครามไม่แปลกใจเลยที่เห็นน้ำผึ้งยังนั่งทำงานอยู่ ทั้งที่เธอโทร.มานัดล่วงหน้าแล้วว่าจะไปรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน เพราะน้ำผึ้งเป็นผู้หญิงทำงานและเอางานเอาการ จนไม่มีเวลาแม้แต่จะไปชายตาแลหนุ่มใด บางครั้งพวงครามก็คิดว่าเพื่อนของเธอคงจะครองตัวเป็นโสดไปตลอดชีวิต แม้ว่าจะมีชายหนุ่มมาสนใจ แต่น้ำผึ้งก็เฉยและวางตัวดีเกินไปจนผู้ชายดี ๆ หลายคนไม่กล้าจีบ ถึงอย่างนั้นพวงครามซึ่งกำลังอยู่ในช่วงรักหวานชื่น ก็อดเชียร์ชายหนุ่มคนหนึ่งให้เพื่อนไม่ได้ เพราะอยากเห็นเพื่อนได้ดี เธอจึงต้องยอมเป็นแม่สื่อให้เขา…

โธ่ ก็จะไม่ให้เชียร์ได้อย่างไร ในเมื่อ โอม เจตนาดี เป็นถึงหลานชายประธานกรรมการบริษัท

“อ้าว เที่ยงแล้วหรือ?” น้ำผึ้งก้มมองนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กกะทัดรัดแล้วปิดคอมพิวเตอร์มือเป็นระวิง เพราะไม่อยากให้เพื่อนรอนานพลางพูดว่า “วันนี้อากาศร้อน กินข้าวในบริษัทก็แล้วกันนะ จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางด้วย”

“ไม่ล่ะ พวงนัดกับพี่ต่อว่าจะไปกินข้าวแช่ที่ร้านอาหารบ้านสวน และที่สำคัญวันนี้มีเจ้ามือใหญ่ไปด้วย” พวงครามพูดเป็นนัย แต่นัยน์ตาวาวระริกอย่างคนมีความลับที่เกือบจะเก็บความลับไว้ไม่อยู่

“เจ้ามือเหรอ…ใครนะที่เป็นคนจะโชคร้ายในวันนี้?” น้ำผึ้งพูดหน้าตาย

พวงครามค้อนควักเพื่อนแต่ต้องสำทับไว้ก่อนว่า

“ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม ห้ามเธอไปพูดอะไรให้เขาแสลงใจเด็ดขาด เข้าใจไหมน้ำผึ้ง?”
น้ำผึ้งทำไม่รู้ไม่ชี้ หยิบกระเป๋าสะพายคล้องไหล่แล้วเดินออกไปจากห้อง โดยมีเพื่อนสาวกำกับบทไปติด ๆ
เมื่อลงไปถึงหน้าบริษัทน้ำผึ้งชะงักเล็กน้อย เพราะเห็นรถรับรองของบริษัทจอดเทียบอยู่เชิงบันได คนที่จะนำรถมาจอดที่หน้าตึกใหญ่ได้โดยไม่ถูกยามไล่ จะต้องเป็นรถของผู้บริหารหรือรถรับ-ส่งแขกคนสำคัญเท่านั้น นอกนั้นจอดรับ-ส่งได้แต่จะมาจอดแช่ไว้อย่างนี้ไม่ได้

“ไปกันเถอะ คุณโอมกำลังรออยู่” พวงครามเตือนเพื่อนสาวที่ยืนลังเลอยู่

สิ่งที่น้ำผึ้งสงสัยได้รับการยืนยันแล้วว่าเธอเข้าใจไม่ผิด…

“จะดีหรือพวง?”

“ดีที่สุดสำหรับเธอจ้ะที่รัก...ไปเร็ว เขามารอนานแล้ว” พวงครามจับต้นแขนเพื่อนสาวรั้งเบา ๆ

“ฉันเปลี่ยนใจไม่ไปดีกว่า” น้ำผึ้งหันหลังกลับดื้อ ๆ

พวงครามเอื้อมมือไปคว้าแขนเพื่อนรั้งไว้จนตัวโก่งพลางห้าม

“เดี๋ยวสิผึ้ง…ให้โอกาสคุณโอมบ้างสิ เธอเล่นเอาแต่หนีแบบนี้ เมื่อไรจะมีแฟนกับเขาสักทีเล่า”

“ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนี้ก็ได้มั้งพวง ฉันคงมีเวลาหาแฟนได้อีกนาน” น้ำผึ้งประชดเพื่อนอยู่ในที

“ใช่ เธอยังมีเวลาหาแฟนได้อีกนาน” พวงครามกระแทกเสียงใส่เพื่อน “แต่ผู้ชายดี ๆ ที่จะมาให้เธอเลือกเป็นแฟนน่ะมีไม่มากนักหรอกนะ อย่าปล่อยให้โอกาสดี ๆ หลุดมือไปสิผึ้ง คุณโอมเป็นคนดี เขาพยายามจีบเธอตั้งหลายครั้ง แต่เธอก็ไม่สนใจเขาเลย ให้โอกาสเขาหน่อยนะผึ้ง ฉันรับรองว่าเขาจริงจังและจริงใจกับเธอคนเดียว” พวงครามรับรองแข็งขัน

“เธอเอาอะไรมาวัด” น้ำผึ้งย้อนถามอย่างไม่เชื่อถือ

“คนที่ไม่เคยมีความรักแบบเธอก็เป็นอย่างนี้แหละ ระแวงนั่นระแวงนี่เป็นธรรมดา แต่จากประสบการณ์ของคนกำลังมีความรักอย่างฉัน ฉันมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเขาสนใจเธอจริง ๆ” พวงครามมั่นใจ แล้วเกลี้ยกล่อมว่า “การไปกินข้าวกับเขาครั้งเดียวไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องรับไมตรีของเขาทันที แต่ถือเสียว่านี่เป็นโอกาสที่เธอจะได้ทำความรู้จักกับเขา บางทีเธออาจจะค้นพบความสำคัญในตัวเขา ที่อาจจะทำให้เธอประทับใจในตัวเขาบ้างก็ได้ไปนะผึ้งนะ” ประโยคท้ายเปลี่ยนมาเป็นวิงวอน

“เขาจ้างเธอมาเท่าไร?” น้ำผึ้งชักใจอ่อน

“ไม่มีใครจ้างฉันมาเป็นแม่สื่อให้ใครหรอกน่ะ” พวงครามร้อนตัวพูดกลบเกลื่อนว่า “แต่ฉันเสียดายโอกาสแทนเธอ ราชรถอุตส่าห์มาเกยถึงบันไดแล้ว ถ้าเธอไม่รับไว้ ฉันว่าเธอโอ่งไม่มีอ่างน่าดู”

“นี่เธอว่าฉันโง่หรือ?” น้ำผึ้งจ้องหน้าเพื่อน รู้ทันคำเหน็บแนมของแม่สื่อตัวดี

พอเห็นน้ำผึ้งเงื้อมือ พวงครามก็กระโดดออกห่างพลางหัวเราะคิก

น้ำผึ้งหน้าบึ้ง

“ฉันล้อเล่นน่า ไปกันเถอะ พี่ต่อคงรออยู่ในรถแล้วล่ะ” พวงครามอ้างชื่อแฟน เพราะเชื่อว่าถ้าน้ำผึ้งไม่เกรงใจโอมก็ต้องเกรงใจแฟนของเธอบ้าง

น้ำผึ้งเดินไปกับพวงครามด้วยความรู้สึกกังวลเล็กน้อย ใจหนึ่งก็อยากจะเปิดโอกาสให้โอมได้รู้จักเธอ แต่อีกใจหนึ่งก็หวั่นเรื่องฐานะที่เหลื่อมล้ำ

คนขับรถเปิดประตูรถให้สองสาวเมื่อทั้งสองเดินไปถึง โอมกับต่อลาภนั่งรออยู่ในรถแล้ว ชายหนุ่มทั้งสองยิ้มแย้มต้อนรับหญิงสาวทั้งสอง โดยเฉพาะโอมเขายิ้มกว้างและจงใจยิ้มให้ใครบางคนแต่เธอเพียงยิ้มตอบเขาตามมรรยาทเท่านั้น

ต่อลาภ เปรมสุขโชติเกษมสันต์ เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกับโอม เจตนาดี หลังจากเรียนจบโอมก็ฝากต่อลาภเข้าทำงานในบริษัทของคุณลุง ส่วนเขาไปเรียนต่อระดับปริญญาโทที่ต่างประเทศ อยู่เที่ยวเตร็ดเตร่และทำงานหาประสบการณ์อยู่ต่างประเทศพักหนึ่ง เมื่อกลับมาประเทศไทยก็เข้ารับตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัท

โอมเป็นคนหนุ่มไฟแรง ขยันขันแข็ง และมีไหวพริบ เป็นที่รักและไว้วางใจของประธานกรรมการบริษัทซึ่งเป็นคุณลุงของเขา ไม่ว่าเขาเสนอโครงการอะไรก็มักจะได้รับการอนุมัติเกือบทุกโครงการ เขาเป็นคนหนุ่มหน้าตาคมเข้ม รูปร่างสูงใหญ่แข็งแรงเพราะชอบเล่นกีฬา เป็นที่หมายปองของสาว ๆ ในบริษัทและสาวสังคมหลายวัย เขาเป็นหนุ่มสังคมที่มีสาวควงมากมาย แต่ไม่สนใจใครเป็นพิเศษนอกจากน้ำผึ้ง ตั้งแต่รู้จักเธอเมื่อสองปีก่อน เขาเคยทอดไมตรีให้เธอหลายครั้ง ทว่าสิ่งที่ได้รับตอบแทนมาก็แค่ความนับถือในฐานะลูกจ้างที่มีต่อผู้บริหารเท่านั้น

เขาคิดจะเลิกสนใจเธออยู่หลายครั้ง แต่ใจก็มักจะวนเวียนคิดถึงเธออยู่ร่ำไป จนเดี๋ยวนี้โอมแน่ใจแล้วว่าผู้หญิงที่เขาต้องการจะแต่งงานด้วยคือน้ำผึ้งคนเดียวเท่านั้น

ความเป็นตัวของตัวเองและไม่ถือตัวของโอม ทำให้น้ำผึ้งรู้สึกสบายใจกว่าตอนแรก เพราะเธอเกรงใจเขาในฐานะที่เขาเป็นหลานชายของนายจ้าง จึงไม่อยากจะยกตนเองทัดเทียมกับคนฐานะสูงอย่างเขา

ข้าวแช่ที่ร้านอาหารบ้านสวนอร่อยมาก บรรยากาศในการรับประทานอาหารเป็นไปด้วยความเป็นกันเอง วันนี้น้ำผึ้งได้พูดคุยกับโอมนานกว่าทุกครั้ง เธอสนใจเรื่องที่เขาเล่าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ เมื่อก่อนเธอคิดว่าเขาเป็นลูกเศรษฐีทำอะไรไม่เป็น แต่จริง ๆ แล้วเขาเป็นคนสู้ชีวิต คุณลุงของเขาส่งเขาไปเรียนต่อต่างประเทศและส่งเงินไปให้ใช้เดือนละหลายหมื่นบาท แต่เขาก็ใช้เวลาว่างไปทำงานเป็นลูกจ้างหาเงินใช้เอง ส่วนเรื่องที่พักไม่เดือดร้อนเพราะไปพักอยู่ที่บ้านเพื่อนของคุณลุง พอเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งเขากับเพื่อน ๆ ก็จะรวมกลุ่มกันเดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ

ขณะที่น้ำผึ้งฟังเพลินพลันนัยน์ตาของเธอ ก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งรับประทานอาหารอยู่กับหญิงสาวสวยคนหนึ่ง ท่าทางผู้หญิงร่าเริงและช่างอ้อน จริตของเธอเหมือนเด็กสาวแรกรุ่น แต่คะเนจากรูปร่างหน้าตาอายุคงเกินยี่สิบแล้ว

ส่วนผู้ชายท่าทางสุภาพค่อนข้างจะเก็บความรู้สึก ดูไม่ออกว่าใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่นั้น กำลังมีความสุขหรือเป็นเพียงสนองตอบคู่สนทนา

ที่น้ำผึ้งไม่แน่ใจเพราะผู้ชายดูค่อนข้างเฉย ในขณะที่ผู้หญิงมีความสุขเต็มประดา

ผู้ชายคนนั้นก็คือ…ก้องภพ ศตคุณ

โอมมองตามสายตาของน้ำผึ้งแล้วปรารภว่า

“อ้าว นั่นคุณก้องกับคู่หมั้นนี่ ตอนเข้ามาไม่ยักเห็น ผมขอตัวไปทักทายพวกเขาสักครู่นะ” ว่าแล้วโอมก็ลุกเดินไปที่โต๊ะของก้องภพและคู่หมั้น ซึ่งตั้งอยู่ริมระเบียงติดกับสวนด้านใน ถัดจากระเบียงเป็นต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น

น้ำผึ้งสังเกตเห็นว่า ร้านอาหารบ้านสวนแห่งนี้ มีต้นไม้ใหญ่หลายต้นให้บรรยากาศร่มรื่นและร่มเย็นแสนสบาย
พวงครามกับต่อลาภพูดคุยกับเบา ๆ ด้วยความแปลกใจหลังจากเพิ่งทราบว่าก้องภพมีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว น้ำผึ้งเพียงฟังเฉยทว่ากลับรู้สึกแปลก ๆ อยู่ในใจ

ครั้นได้เวลากลับโอมเรียกเด็กเสิร์ฟมาเก็บเงินแต่ไม่มีใครว่าง เจ้าของร้านจึงมาเอง เธอเป็นหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมผิวขาว หน้าตาอิ่มเอิบ เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ไม้สัก

“เท่าไรครับ?” โอมถาม

“สามร้อยบาทค่ะ” หญิงวัยกลางคนตอบ

“ถูกจัง” พวงครามเปรย

หญิงวัยกลางคนยิ้ม พูดเชิญชวนว่า

“ถ้าชอบก็พาเพื่อนมาทานบ่อย ๆ สิคะ น้าจะลดราคาให้เป็นพิเศษ”
“โอ๊ย ถูกขนาดนี้ไม่ต้องลดแล้วครับน้า เดี๋ยวก็ขาดทุนกันพอดี แต่ถ้าจะให้ดีเปลี่ยนจากลดราคาเป็นแถมก็ดีเหมือนกันนะครับ” ประโยคท้ายต่อลาภพูดทีเล่นทีจริง

หญิงวัยกลางคนหัวเราะร่วน

“ได้สิคะ น้าจำหน้าได้ทุกคน รับรองใครพาเพื่อนมาทานอาหารที่ร้านของน้า น้าจะแถมอาหารที่แพงที่สุดให้เลยค่ะ” เธอพูดแล้วก็มองหน้าน้ำผึ้งนานกว่าปกติ

“ขอบคุณครับ” โอมกล่าวก่อนจะลุกขึ้นแล้วพาคณะเดินไปที่ลานจอดรถ ซึ่งเป็นลานกว้างโรยด้วยกรวด รอบ ๆ ลานจอดรถปลูกดอกบานชื่นสีส้ม ชมพู แดงสดสวย แซมด้วยพุ่มดอกแพงพวยสีขาว แดง ชมพูสวยสด แนวรั้วเป็นต้นชบาออกดอกแดงสะพรั่ง

ตอนขาเข้ามาน้ำผึ้งไม่ได้รู้สึกอะไรกับต้นไม้ดอกไม้ มากไปกว่าความร่มรื่นธรรมดา แต่แปลกว่าตอนจะกลับเธอรู้สึกติดอกติดใจดอกไม้และบรรยากาศที่นี่ จนนึกอยากกลับมาอีก หรือเป็นเพราะตอนมา ๆ ด้วยความหิว จึงไม่มีแก่ใจจะสังเกตอะไร แต่ตอนจะกลับท้องอิ่มแล้วจึงมีอารมณ์ชื่นชมธรรมชาติก็อาจเป็นได้

น้ำผึ้งกลับไปทำงานด้วยความรู้สึกอิ่มเอม หลังจากได้พูดคุยกันเธอรู้สึกว่าโอมเป็นคนน่าสนใจ…พอรู้ตัวว่าคิดอะไรเลยเถิดก็รีบดึงใจกลับมาที่งาน

แม้จะเอาใจใส่กับงานตรงหน้า แต่อะไรบางอย่างก็รบกวนจิตใจจนเธอรู้สึกอึดอัด

หญิงสาววางมือจากเม้าส์และคีย์บอร์ด เอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วลองสำรวจความคิดของตนเองดูว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ และความอึดอัดที่ก่อตัวอยู่ข้างในมันคืออะไร

นั่งนิ่งอยู่สักครู่ ให้สมองว่าง และทำใจให้สงบ ไม่นานก็มีคำตอบผุดขึ้นในใจว่า…เธอกำลังคิดถึงก้องภพ !
น้ำผึ้งรู้สึกตกใจ หัวใจเต้นแรง เหงื่อผุดที่หน้าผากและฝ่ามือ

“เป็นไปไม่ได้” หญิงสาวอุทานออกมาเสียงเบาแต่ห้วน เพื่อนร่วมห้องอีกสามคนหันมามองเธอ คนหนึ่งถามด้วยความเป็นห่วงว่า

“เป็นอะไรหรือเปล่าผึ้ง?”

น้ำผึ้งรู้สึกตัว เธอกระพริบตาถี่ ๆ พยายามทำตัวให้เป็นปกติ ทั้งที่หวาดหวั่นอยู่ในใจ

“ปละ…เปล่าจ้ะ”

พอเพื่อนร่วมห้องได้ยินคำยืนยันว่าไม่เป็นอะไร ก็หันกลับไปทำงานต่อ แต่น้ำผึ้งรู้สึกสับสน

อยู่ดี ๆ ก็ไปคิดถึงก้องภพได้อย่างไร?

แม้จะทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน เคยไปติดต่องานกับเขา แต่ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่จะผูกพันกันเลย เมื่องานสิ้นสุดแต่ละครั้งเธอก็ลืมเขา เหมือนเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลก แล้วทำไมอยู่ ๆ ใจถึงไพล่ไปคิดถึงเขาได้
น้ำผึ้งรู้สึกว่าตัวเองหมกมุ่นครุ่นคิดถึงก้องภพมากเกินไป จึงเปลี่ยนอิริยาบถเป็นเดินไปที่ห้องเครื่องดื่ม ชงกาแฟด้วยอาการเหม่อลอยทั้งที่ไม่ใช่นิสัยของเธอ

น้ำผึ้งไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอตักกาแฟใส่ลงในถ้วยกี่ช้อน จนกระทั่งมีคนมาทัก
“ทำไมทานกาแฟเข้มขนาดนั้นล่ะครับ?”

น้ำผึ้งสะดุ้ง รู้สึกมึนงงแต่ก็พยายามตั้งสติ เธอหันไปมองหน้าคนทักแล้วก้มลงมองในถ้วยกาแฟ อุทานว่า
“โอ ฉันทำอะไรลงไปนี่” เธอรู้สึกสับสนรีบตักกาแฟคืนลงในขวด มือไม้สั่น กาแฟบางส่วนหกลงบนเคาน์เตอร์และบนพื้น เธอบ่นพึมพำด้วยความโมโหตนเองที่ทำอะไรซุ่มซ่าม

“ใจเย็น ๆ ครับ…ช้า ๆ ครับ…ช้า ๆ อย่างนั้นแหละครับ ถ้าพอแล้วก็หยุดนะครับ” เขาพูดปลอบกึ่งเตือน
น้ำผึ้งไม่เป็นตัวของตัวเอง เธอทำตามที่เขาบอกราวกับคนที่สูญเสียการควบคุมตนเอง พอเหลือกาแฟในถ้วยประมาณหนึ่งช้อนน้ำผึ้งก็หยุด ถึงตอนนี้เธอมีสติมากขึ้นหันไปทักถามพลางถอยไปยืนด้านข้าง

“คุณก้องภพจะชงกาแฟหรือคะ เชิญค่ะ”

“เชิญคุณก่อนเถอะครับ”

น้ำผึ้งยิ้มเจื่อน ส่ายหน้าเล็กน้อยพลางพูดเสียงอ่อยว่า

“ผึ้งขอตั้งสติสักครู่ เชิญคุณก้องภพก่อนเถอะค่ะ”

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ?” ก้องภพถามพลางชงกาแฟ

“เปล่าค่ะ ไม่ได้เป็นอะไร…” เธอปฏิเสธ ครั้นเห็นเขาชำเลืองแลมาด้วยหางตา ก็รีบอธิบายว่า “เพียงแต่รู้สึกมึนงงอย่างไรบอกไม่ถูก”

“อาจจะพักผ่อนน้อย หรืออาจเป็นเพราะช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย บางวันก็ร้อนบางวันก็ฝนตก ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงก็จะเจ็บป่วยได้ง่าย” เขาพูดเรื่อย ๆ แต่คนฟังรู้สึกเหมือนถูกกล่าวหาว่าเป็นคนอ่อนแอ ลืมตัวเผลอเถียงออกไปว่า

“ผึ้งแข็งแรงดีค่ะ”

เขาอมยิ้ม

“งั้นหรือครับ” เขาต่อคำเหมือนจะแกล้งยั่วอีกฝ่าย

น้ำผึ้งโมโหโดยไม่มีเหตุผล แต่ยังไม่ทันพูดอะไรเขาก็ถามว่า

“ชื่อผึ้งหรือครับ?”

“ชื่อน้ำผึ้งค่ะ” หญิงสาวกระแทกเสียงตอบแต่ก็ฟังเพราะอยู่ดี เธอหันไปชงกาแฟ ด้วยสีหน้าบึ้งตึง ทั้งที่ไม่ใช่นิสัยของเธออีกเช่นกัน

เขาหันหลังยืนพิงขอบเคาน์เตอร์พลางดื่มกาแฟ พูดลอย ๆ ว่า

“ผมพยายามนึกชื่อคุณตั้งแต่เช้าก็นึกไม่ออกสักที ที่แท้ก็ชื่อน้ำผึ้งนี่เอง”

น้ำผึ้งชำเลืองมองเขาบ้าง

“ทำไมถึงลงมาชงกาแฟที่นี่ล่ะคะ?” เธอถามเพราะทราบว่าทุกชั้นมีห้องเครื่องดื่มสำหรับบริการพนักงานและลูกค้าที่มาติดต่อ แล้วทำไมเขาต้องลงมาชงกาแฟในชั้นที่เธอทำงานอยู่ด้วย

“ที่แผนกของผมกาแฟหมดครับ แม่บ้านกำลังไปเบิก ผมอยากดื่มกาแฟก็เลยเดินลงบันไดมาที่นี่”

พอเขาพูดว่าเขาเดินลงบันมา น้ำผึ้งก็นึกขึ้นได้ว่าแผนกของเขาอยู่เหนือแผนกของเธอขึ้นไปหนึ่งชั้น และบันไดฉุกเฉินก็อยู่ถัดจากห้องเครื่องดื่มนี่เอง

จะเป็นเรื่องบังเอิญหรือมีอะไรดลใจกันหนอ ขณะที่เธอกำลังคิดถึงเขา อยู่ ๆ เขาก็มาให้เธอเห็นถึงที่นี่ ดูมันเป็นเรื่องบังเอิญเหมือนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

เสียงโทรศัพท์มือถือของน้ำผึ้งดังขึ้น หญิงสาววางถ้วยกาแฟลงบนเคาน์เตอร์ แล้วซุกมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทสีเข้ม ซึ่งเป็นเครื่องแบบของพนักงานประจำสำนักงานใหญ่ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูที่หน้าจอ เห็นเบอร์โทรศัพท์ไม่คุ้นก็ขมวดคิ้วพลางกดรับสาย แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อทราบว่าใครโทร.มา…

“สวัสดีค่ะ…คุณโอม…โทร.ไปหาผึ้งที่ห้องหรือคะ?...มีอะไรหรือเปล่าคะ?...อ๋อ ผึ้งมาชงกาแฟที่ห้องเครื่องดื่มค่ะ…เย็นนี้จะไปส่งผึ้งหรือคะ?...เอ่อ…ไม่รบกวนดีกว่ามั้งคะ…” หญิงสาวปฏิเสธอย่างเกรงใจ แล้วก็ต้องหัวเราะในเหตุผลของอีกฝ่าย ที่พยายามหาข้ออ้างจะไปส่งเธอให้ได้ เขาบอกว่าเขาอยากได้เนคไทเส้นใหม่จึงอยากให้เธอไปช่วยเลือก เธอแสร้งเย้าว่า “ตกลงว่าจะไปส่งผึ้งที่บ้านหรือจะให้ผึ้งไปช่วยเลือกเนคไทกันแน่คะ?...ก็ได้ค่ะ ผึ้งจะรอค่ะ”

น้ำผึ้งกดวางสายพลางส่ายหน้ายิ้ม ๆ พลันชะงักเมื่อเห็นก้องภพยังอยู่ เธอนึกว่าเขาไปตั้งแต่ตอนที่เธอรับโทรศัพท์แล้ว แหม มายืนเงียบอยู่อย่างนี้เหมือนเจตนาแอบฟังคนอื่นคุยโทรศัพท์กัน

ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไร เขาก็วางถ้วยกาแฟเปล่าลงบนเคาน์เตอร์ แล้วเดินออกไปจากห้องหน้าตาเฉยไม่เอ่ยลาสักคำ ปล่อยให้น้ำผึ้งยืนอ้าปากค้างด้วยความงวยงง

0 ความคิดเห็น:

ตัวอย่างหนังแฮรี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม

ตัวอย่างพิเศษจาก Harry Potter 6

ตัวอย่างภายนตร์เรื่อง The Secret of Moonacre

เกมส์

สไลด์