บทส่งท้าย...สุขทุกทิพาราตรีกาล
ปิดเทอมภาคฤดูร้อนสามปีติดกันที่แดนตรีขออนุญาตพ่อกับแม่บวชเณรเพื่อศึกษาธรรมะตามที่ใจใฝ่ฝันให้พอรู้หลักนำมาปฏิบัติบ้าง หลังจากนั้นเขาก็เรียนหนังสือไปตามปกติและตั้งใจว่าจะไม่บวชเณรอีกเพราะสงสารพ่อกับแม่ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบวชแต่ละครั้ง ถึงพ่อกับแม่จะไม่บ่นว่าอย่างไรแต่แดนตรีก็เห็นใจผู้ให้กำเนิด เขาจึงวางแผนเอาไว้ว่าจะบวชพระเมื่อเรียนจบปริญญาตรีตามที่พ่อกับแม่ตั้งความหวังเอาไว้ แต่แดนตรีก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึก ๆ เมื่อคิดว่าพ่อกับแม่จะเห็นด้วยหรือไม่หากเขาจะขอบวชตลอดชีวิต
ความหวังของพ่อกับแม่ก็เหมือนผู้ให้กำเนิดทั่วไปที่อยากจะเห็นลูกเรียนจนจบการศึกษาขั้นสูงสุดเท่าที่ลูกจะสามารถเรียนได้ และเมื่อจบการศึกษาแล้วก็หวังจะให้ลูกได้ทำงานที่มีเกียรติและมั่นคง ต่อไปก็แต่งงานมีครอบครัวมีลูกหรือมีหลานให้ท่านชื่นชมสืบทอดเหมือนที่ท่านดำเนินชีวิตกันสืบมา
แต่แดนตรีไม่คิดอย่างนั้นนับตั้งแต่เขาเห็นคุณปู่คุณย่าเสียชีวิตและท่านได้แนะให้นำไปคิดเป็นคติธรรมสอนใจ ประกอบกับเขาได้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกผีดิบบริวารของจอมปีศาจเมฆน้ำแข็งตายไปนับล้านตน ทำให้เขาไม่อยากประมาทอยู่ในทางโลก เขาไม่อยากดิ้นรนกับชีวิตที่แสนเหน็ดเหนื่อยอันเห็นได้จากตัวอย่างของพ่อกับแม่ เขาอยากปฏิบัติธรรมให้ถึงขั้นสูงสุด
เขาตั้งใจแน่วแน่อย่างนั้นจริง ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะอธิบายให้พ่อกับแม่เข้าใจได้อย่างไร
แดนตรีเคยเกริ่นไปแล้วครั้งหนึ่งว่าเมื่อเขาโตขึ้นเขาอยากจะบวชตลอดชีวิตพ่อกับแม่หัวเราะแล้วย้อนถามเขาว่ารู้หรือเปล่าว่าบวชตลอดชีวิตนั้นหมายความว่าอย่างไร แดนตรีตอบว่าเข้าใจแต่พ่อกับแม่ก็ยังคิดว่าเขาเป็นเด็กเกินกว่าจะเข้าใจโลกของธรรมะที่แสนจะลึกซึ้ง จึงอธิบายด้วยภาษาทางโลกว่าถ้าเขาบวชตลอดชีวิตเขาก็จะไม่ได้รักผู้หญิง ไม่ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก ไม่สามารถมีครอบครัวที่สมบูรณ์ได้ และที่สำคัญไม่สามารถมีบุตรไว้สืบสกุลได้อีกด้วย
สิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่แดนตรีไม่ต้องการ สิ่งที่เขาต้องการคือไปให้ถึงพระนิพพาน
แต่จะไปได้อย่างไรเล่าหากพ่อกับแม่ไม่ยินดีในการรักษาพรหมจรรย์ของเขา
แดนตรีจึงไม่พูดเรื่องนี้กับพ่อและแม่อีก ยังมีเวลาอีกหลายปีกว่าเขาจะเรียนจบปริญญาตรีตามที่ท่านวาดหวังไว้ ระหว่างนี้เขาก็ปฏิบัติธรรมอยู่ที่บ้านหรือแอบไปศึกษาธรรมะกับพระอาจารย์ที่วัดที่เคยบวช บางครั้งก็แอบไปปลีกวิเวกอยู่แถวบ้านของคุณปู่คุณย่าซึ่งซ่อมแซมดีแล้วโดยมีป้าเนียนคอยดูแลอยู่ ป้าเนียนไม่ว่าอะไรถ้าเขาจะหลบความวุ่นวายของเมืองหลวงไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่นั่น เพราะหลังจากประสบกับความพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักและเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิต ป้าเนียนก็หันหน้าเข้าหาธรรมะปฏิบัติธรรมประครองจิตที่ฟุ้งซ่านหวาดกลัว ดูเหมือนป้าเนียนจะเข้าใจโลกและธรรมะมากขึ้นและพลอยยินดีเมื่อรู้ว่าหลานมีความคิดที่จะบวชเพื่อแสวงหาหนทางหลุดพ้นจากกองทุกข์
แดนตรีตั้งใจเล่าเรียนพร้อมกับแอบปฏิบัติธรรมไปด้วยโดยไม่สนใจสิ่งยั่วยุกิเลสทั้งหลาย แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่แตะต้องอะไรเลย เขาก็เหมือนเด็กทั่วไปมีความอยากรู้อยากเห็นและอยากสัมผัส แต่ก็ทำไปเพียงแค่ให้รู้ เป็นรู้ที่ไม่ส่อไปในทางเสื่อมเสียหรืออบายมุข แต่เรื่องที่แดนตรีไม่สนใจเลยคือเรื่องผู้หญิง เพราะวัน ๆ พวกเธอเอาแต่คุยกันเรื่องที่ทำให้แดนตรีเบื่อหน่าย เขาจึงหันไปสนใจกีฬามากกว่าโดยเฉพาะกีฬาบาสเกตบอล
ด้วยเหตุที่แดนตรีเป็นนักกีฬาที่สง่างามและแข็งแกร่งของทีมบาสเกตบอลอันดับหนึ่งของโรงเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมต้นจนถึงมัธยมปลายทำให้แดนตรีเป็นขวัญใจของสาว ๆ ในโรงเรียนและต่างโรงเรียน เขาได้เข้าร่วมงานแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนติดต่อกันเป็นเวลาหลายปีจนจบมัธยมปลาย และโรงเรียนของเขาก็ได้เป็นแชมป์ทุกปีด้วย ทำให้แดนตรีกลายเป็นที่สนใจของผู้คัดเลือกนักกีฬาทีมชาติไปร่วมแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ แต่นั่นไม่ใช่หนทางที่แดนตรีต้องการ เมื่ออาจารย์ซึ่งเป็นหัวหน้าหมวดกีฬาเรียกเขาไปพบและแจ้งว่าจะเสนอชื่อของเขาให้สมาคมการกีฬาแห่งประเทศเขาก็ปฏิเสธทันที สร้างความฉงนให้กับอาจารย์ยิ่งนักทั้งยังเสียดายนักกีฬาฝีมือดีซึ่งจะหาใครเทียบได้ยาก แต่แดนตรีรู้เป้าหมายในชีวิตดีว่าเขาต้องการอะไร
เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยแดนตรีก็ไม่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังเขาสอบติดมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ แต่ไม่เลือกคณะแพทยศาสตร์หรือคณะวิศวกรรมศาสตร์อย่างที่พ่อกับแม่เห็นว่าเขาน่าจะเรียนได้ เพราะเขาเรียนเก่งและหัวดีมาก แดนตรีตัดสินใจเลือกคณะวิทยาศาสตร์เพราะเขาต้องการศึกษาทางด้านดาราศาสตร์เพื่อนำไปประกอบการศึกษาธรรมะ อันที่จริงวิชาเรียนทุกแขนงสามารถนำไปประกอบการศึกษาธรรมะได้ทั้งสิ้น แต่แดนตรีสนใจวิทยาศาสตร์มากกว่าสาขาอื่น
พอเริ่มเรียนมหาวิทยาลัยพ่อกับแม่ก็คอยจับตาดูว่าลูกชายสุดหล่อจะควงสาวคนไหนเข้าบ้านบ้าง แต่ผ่านไปสี่ปีพวกเขาก็ไม่เคยเห็นลูกชายสนใจผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษ จะมีผู้หญิงมาบ้านบ้างก็เป็นพวกเพื่อนกลุ่มเดียวกันซึ่งสาธิตกับดรุณีก็รู้จักดีหมดทุกคน ทั้งสองเคยแอบถามเพื่อนหญิงของแดนตรีหลายคนที่เคยมาบ้านว่าเคยเห็นแดนตรีสนใจผู้หญิงคนไหนบ้างหรือไม่แต่คำตอบที่ได้รับทำให้ท่านทั้งสองกึ่งสบายใจกึ่งกังวลอยู่ลึก ๆ และคอยแอบสังเกตพฤติกรรมของลูกชายว่ามีทีท่าจะเบี่ยงเบนทางเพศบ้างหรือไม่ พอแดนตรีจับได้ว่าพ่อกับแม่แอบสังเกตเขาอยู่เขาก็หัวเราะเห็นเป็นเรื่องขบขันและยืนยันกับพ่อและแม่ว่าเขาเป็นลูกผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ที่ไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเพราะยังไม่พร้อมและไม่อยากมีห่วงผูกมัด
เมื่อได้ยินว่าลูกชายไม่มีใครอยู่ในใจเป็นพิเศษพ่อกับแม่ก็เริ่มทำหน้าที่ผู้วางแผนคัดเลือกลูกสะใภ้ เพื่อนฝูงคนไหนมีลูกสาวสวยและนิสัยดีก็ชักนำมาให้รู้จักกับลูกชาย โดยทำทีเป็นจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในครอบครัวแล้วเชิญครอบครัวของเพื่อนหรือญาติที่มีลูกสาวมารับประทานอาหารกันที่บ้าน และหลังงานเลี้ยงแต่ละครั้งพ่อกับแม่ก็จะจัดตารางนัดเที่ยวให้ลูกชายไปกับผู้หญิงที่ท่านแนะนำให้รู้จัก บ่อยครั้งเข้าแดนตรีก็ชักเบื่อเพราะทำให้เขาเสียเวลาปฏิบัติธรรมไปหลายครั้ง ถ้าจะเที่ยวเตร่แดนตรีคิดว่าไปเที่ยวคนเดียวสนุกกว่าเพราะได้ทำอะไรตามใจตนเอง หรือไม่ก็ไปเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มเดียวกันที่มีความเข้าใจกันดีจะสบายใจกว่าไปเที่ยวกับผู้หญิงที่ไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอตามลำพังสองคน อีกทั้งไม่ต้องมาคอยบริการใครหรือเอาใจใส่ใคร นึกอยากจะไปไหนก็ไป นึกอยากจะพักตรงไหนก็พัก หรือบางทีไปขลุกอยู่ที่ห้องสมุดหรือร้านหนังสือทั้งวันก็ทำได้ไม่มีใครว่า แต่พอไปกับคนอื่นเขาก็คอยเป็นกังวลว่าผู้หญิงเธอต้องการอะไร เขาทำอะไรขาดตกบกพร่องไปบ้างหรือเปล่า หรือเขาล่วงเกินเธอไปโดยไม่ได้ตั้งใจหรือเปล่า อะไรอย่างนี้เป็นต้น ทำให้แดนตรีไม่ค่อยมีความสุขเวลาไปเที่ยวกับผู้หญิงที่พ่อแม่นัดหมายให้
วันหนึ่งแดนตรีพูดกับพ่อและแม่ตามตรงว่าไม่ต้องจัดงานเลี้ยงนัดเจอผู้หญิงให้เขาอีกเพราะเขายังไม่พร้อมจะคบผู้หญิงคนไหนหรือศึกษาดูใจกับใคร แดนตรีไม่รอฟังพ่อกับแม่ด้วยซ้ำว่าท่านจะพูดว่าอย่างไร พอพูดจบเขาก็เดินหนีขึ้นไปทำหน้าบึ้งหน้างออยู่บนห้องจิตใจร้อนรุ่มว้าวุ่นไปหมด
สองสามวันผ่านไปเมื่อใจเย็นลงเขาก็นำมาลัยดอกไม้ไปขอขมาพ่อกับแม่ที่แสดงกิริยาไม่ดีกับท่านทั้งสองไปโดยไม่ตั้งใจ พ่อกับแม่ปลื้มใจจนน้ำตาคลอและบอกว่าต่อไปจะไม่บังจิตใจลูกชายอีก เขาอยากคบกับใครหรือรักใครพ่อกับแม่ก็ยินดีจะรักด้วย แดนตรีซาบซึ้งในความรักและเมตตากรุณาของผู้ให้กำเนิดจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ เขาบอกกับพ่อและแม่ว่าเขารักและเทิดทูนพ่อกับแม่เป็นสองรองจากพระพุทธเจ้าเท่านั้นเอง ยังความปลาบปลื้มให้กับผู้เป็นพ่อเป็นแม่ยิ่งนัก
เมื่อจบการศึกษาระดับอุดมศึกษาแล้วแดนตรีก็ไปสมัครเป็นลูกจ้างตำแหน่งไม่สำคัญที่สมาคมดาราศาสตร์ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาเคยไปฝึกงานระหว่างภาคเรียน เขาไม่สนใจเงินเดือนด้วยซ้ำว่าจะได้มากน้อยเพียงใด ขอเพียงแค่ได้ทำงานระหว่างรอรับพระราชทานปริญญาบัตรหลังจากนั้นก็จะทำอะไรบางอย่างที่ตั้งใจไว้
หลังจากวันรับพระราชทานปริญญาบัตรเพียงวันเดียวแดนตรีก็นำดอกไม้ธูปเทียนไปกราบขอขมาแทบเท้าผู้ให้กำเนิดทั้งสอง ทำให้พ่อกับแม่งงว่าลูกชายมาขอขมาทำไม แดนตรีตัดสินใจบอกพ่อกับแม่ว่าเขาจะขอลาบวชตามที่ตั้งใจไว้ พ่อกับแม่อึ้งไปนานพอสมควรกว่าจะพยักหน้ารับรู้แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก แดนตรีรู้สึกอึดอัดใจที่เห็นพ่อกับแม่เงียบไป เขารู้ว่าพ่อกับแม่ผิดหวังในตัวเขาแต่เขาก็อยากบวชเหลือเกิน เขาอยากตัดกิเลสอยากตัดกรรมให้สิ้นสุดเพียงชาตินี้ เขาไม่อยากเวียนว่ายตายเกิดอยู่เพื่อแค่ดื่ม กิน เสพสุข และรอให้ถึงวันตายอย่างประมาทซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนที่เคยเกิดมาในทุกภพทุกชาติ เขาอยากเป็นสุขอยู่ในดินแดนที่พ้นทุกข์ตลอดกาล แต่ไม่รู้ว่าพอกับแม่จะเข้าใจหรือไม่ ท่านอาจจะคิดว่าเขาอยากบวชเพราะเคร่งศาสนาก็เป็นได้
แดนตรีกระวนกระวายใจจนไม่รู้จะไปปรึกษาใครดี เรื่องแบบนี้ผู้ใหญ่บางคนก็เห็นดีด้วยเพราะชอบในเรื่องธรรมะ แต่บางคนอาจจะไม่เห็นด้วยเพราะเสียดายวิชาความรู้ที่เขาร่ำเรียนมายังไม่ทันได้นำไปใช้ประโยชน์ก็มาด่วนลาบวชไปอยู่ในโลกของพระธรรม เขาตัดสินใจว่าจะไปปรึกษาพระอาจารย์ที่วัดที่เคยไปบวชเณรภาคฤดูร้อนตอนเป็นเด็ก แต่ยังไม่ทันไปวันหนึ่งพ่อกับแม่ก็บอกเขาว่าท่านจะจัดงานบวชให้เขา ทำให้แดนตรีดีใจจนลืมตัวโถมเข้ากอดพ่อกับแม่หอมแก้มท่านพลางพร่ำขอบคุณอย่างสมหวัง ก่อนจะก้มลงกราบแทบเท้าสามครั้งดุจท่านเป็นพระรัตนตรัยประจำบ้าน เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้แดนตรีเข้าใจถึงบทบาทของคนที่เป็นพ่อกับแม่ว่าท่านทั้งสองเกิดมาเป็นผู้ให้เสมอไม่ว่าลูกจะต้องการอะไรในสิ่งที่ชอบธรรม และจะคอยป้องปรามหากลูกจะออกนอกลู่นอกทาง หรือคอยป้องกันหากอะไรหรือใครจะมาทำอันตรายแก้วตาดวงใจของท่าน แดนตรีซาบซึ้งในความเสียสละของพ่อกับแม่จนน้ำตาคลอและขอโทษที่เขาไม่สามารถมีหลานให้ท่านอุ้มสมดังปรารถนาได้ พ่อกับแม่ยิ้มแล้วบอกว่าไม่เป็นไร มีอภิชาตบุตรอย่างแดนตรีเพียงคนเดียวพวกท่านก็มีความสุขมากแล้ว ต่อไปจะขอเกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์กับเขาบ้าง แดนตรีน้ำตาไหลอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่แล้วกอดพ่อกับแม่ที่รักมากที่สุดในชีวิตและสัญญากับตนเองว่าจะเก็บคุณงามความดีของท่านทั้งสองไว้กับใจตลอดไป
ในที่สุดแดนตรีก็ได้บวชพระสมดังความตั้งใจ วันโกนผมบวชนาคพ่อกับแม่ตัดผมให้แดนตรีพลางน้ำตาคลอด้วยความปลาบปลื้มใจจนพูดอะไรไม่ออก ป้าเนียนก็เหมือนกัน วันรุ่งขึ้นเพื่อนสนิทของแดนตรีและญาติพี่น้องใกล้ชิดตลอดจนเพื่อนสนิทของพ่อกับแม่ต่างเดินทางไปร่วมแห่นาคเข้าวัดเป็นจำนวนไม่น้อย ขณะที่ตั้งขบวนจะแห่นาคไปที่อุโบสถมีผู้ชายคนหนึ่งรูปร่างกำยำสูงใหญ่เดินฝ่าคนอื่นเข้ามาก้มกราบแทบเท้านาคแล้วบอกว่าจะขออุทิศตนให้นาคขี่คอ พอเห็นหน้าถนัดนาคแดนตรีดีใจจนน้ำตาคลอ
“โอฬาริกท่านก็มาหรือ”
“ขอรับ วันสำคัญเช่นนี้กระผมจะไม่มาได้อย่างไร” โอฬาริกตอบทั้งที่ยังนั่งพนมมืออยู่
“มีใครมาบ้างล่ะ” นาคแดนตรีถามหา
“มีมาหลายตน เอ่อ หลายคนขอรับ” โอฬาริกมองเลยไปทางด้านหลังนาค
นาคแดนตรีมองตามไปก็เห็นโอฬาร สิงหะ ฆรณี กันทา และจะกละ กับใครอีกคนหรือตนที่เขาไม่รู้จักแต่ดูรูปงามสง่าสดใสมาก เขาทั้งหลายเหล่านั้นยืนปะปนอยู่กับหมู่ญาติที่มาร่วมแห่นาค พวกเขาแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมเนื้อละเอียดสวยสดงดงามรวมทั้งโอฬาริกด้วย ยักษ์ทุกตนน้อมไหว้นาคซึ่งนาคก็รับไหว้ด้วยความยินดี แต่พอมองหาใครบางคนไม่เห็นนาคก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ แล้วรีบปัดความเศร้าหมองทิ้งไปอย่างรวดเร็วบอกกับตนเองว่าเขาคงไม่มาเพราะอาจจะติดภารกิจอยู่ที่ไหนสักแห่งในจักรวาลนี้หรือจักรวาลอื่น
โอฬาริกหันหลังให้นาคขึ้นขี่คอ นาคนั่งพนมมือสง่างามอยู่บนพาหนะคือยักษ์ซึ่งพานาคแห่เคลื่อนไปจนถึงอุโบสถที่จะใช้อุปสมบท พ่อ แม่ ป้าเนียน ญาติ และยักษ์แปลงกายเป็นมนุษย์ทั้งหลายจับชายผ้านาคส่งเข้าโบสถ์ พระอุปัชฌาย์ทำพิธีอุปสมบทและตั้งชื่อพระบวชใหม่ว่า พระปุณณภพภิญโญ หมายถึงผู้มีภพสมบูรณ์ยิ่ง
วันรุ่งขึ้นพระปุณณภพภิญโญออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ตามกิจของสงฆ์ พ่อกับแม่และป้าเนียนก็มารอใส่บาตรที่หน้าวัดด้วย ถัดไปเป็นหมู่ยักษ์แปลงกายเป็นมนุษย์มาร่วมทำบุญตักบาตรเหมือนกัน รวมทั้งผู้ชายแปลกหน้าที่พระปุณณภพภิญโญหรือพระแดนตรีไม่รู้จักด้วย เมื่อให้พรแด่ผู้ใจบุญทั้งหลายแล้วพระนวกะก็เดินบิณฑบาตต่อไปด้วยจริยวัตรอันสงบ สง่างาม และน่าเลื่อมใสจนก่อเกิดความศรัทธาแก่ผู้พบเห็นแม้ว่าจะเป็นพระบวชใหม่ก็ตาม
สายวันเดียวกันนั้นขณะที่พระนวกะกำลังกวาดใบไม้และสิ่งสกปรกอยู่ที่ลานวัด หมู่ยักษ์แปลงกายเป็นมนุษย์ทั้งหลายก็พากันเดินเข้ามาหาในมือมีผ้าไตรมาคนละชุด กระทำอัญชุลีแล้วแจ้งความประสงค์ว่าจะขอถวายผ้าไตรแด่พระนวกะ พระปุณณภพภิญโญหรืออีกชื่อหนึ่งคือพระแดนตรีเดินนำผู้มีจิตศรัทธาไปยังกุฏิกราบพระรัตนตรัยด้วยท่าเบญจางคประดิษฐ์แล้วหยิบผ้าอังสะห่มเฉวียงบ่าก่อนจะนั่งขัดสมาธิแล้วรับผ้าไตรจากผู้ประสงค์จะทำบุญ
เริ่มจากโอฬาร สิงหะ โอฬาริก จะกละ ฆรณี กันทรา จนกระทั่งถึงยักษ์แปลกหน้าซึ่งเป็นลำดับสุดท้าย แต่ก่อนจะถวายผ้าไตรแด่พระนวกะ ผู้ที่เป็นลำดับสุดท้ายกล่าวขึ้นว่า
“กระผมก็มาขอรับท่าน มิใช่ว่าไม่มาอย่างที่ท่านนึก”
พระแดนตรีเกิดความปลาบปลื้มปีติยินดีเป็นล้นพ้น เทพตรัสวินเองหรือนี่ โอ เขาช่างงามสง่าสมเป็นชุติเทพผู้ยิ่งใหญ่ หน้าตาหล่อเหลาหมดจดดูผ่องใส ผิวพรรณวรรณะดูแตกต่างจากเหล่ายักษ์โดยสิ้นเชิง อะไรหนอทำให้นึกไม่ถึงว่าเขาคือเทพพิทักษ์ผู้มีจิตใจดีงาม
เทพตรัสวินยิ้มเหมือนจะขวยเขินในความคิดชื่นชมของพระนวกะ พระแดนตรียิ้มอิ่มเอิบอยู่บนใบหน้าแล้วรับผ้าไตรจากเทพตรัสวิน
เทพพิทักษ์และเหล่ายักษ์ต่างกระทำอัญชุลีเมื่อพระนวกะให้ศีลให้พร
“ท่านสบายดีหรือครับ” พระนวกะถามขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นกิจของสงฆ์แล้ว เหตุที่ต้องทักถามเช่นนั้นเพราะท่านไม่ได้เจอเทพตรัสวินนานหลายเดือนแล้ว
“สบายดีขอรับ ท่านได้บวชสมปรารถนาแล้วพวกกระผมจึงมาถวายผ้าไตรเพื่อร่วมอนุโมทนาบุญกับพระสงฆ์ที่จะสำเร็จอรหันต์ในภพนี้”
“ยังไม่รู้เลยว่าจะสำเร็จอรหันต์จริงหรือเปล่า แต่ก็ตั้งความหวังไว้เช่นนั้น” พระแดนตรีถ่อมตน
“ถ้าท่านตั้งใจปฏิบัติให้จริงจังย่อมถึงแน่นอนขอรับ” เทพตรัสวินกล่าวเป็นนัยพยากรณ์
“ผมก็ตั้งใจเช่นนั้นจึงได้ขออนุญาตพ่อกับแม่มาบวช” พระแดนตรีปรารภ
“ท่านทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วขอรับ เมื่อครั้งที่ท่านเกิดเป็นเทพบุตรแดนตรีท่านก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานเอาไว้ว่าถ้าได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งท่านจะออกบวชจนกว่าจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ บัดนี้ท่านก็ได้ทำอย่างที่ท่านตั้งจิตอธิษฐานเอาไว้แล้ว ขอให้ท่านบำเพ็ญเพียรต่อไปอย่าลดละ อย่าท้อแท้ ต่อสู้กับกิเลสมารให้ถึงที่สุดไม่ต้องเสียดายชีวิตเหมือนที่เด็กชายแดนตรีเคยทำมาแล้วเมื่อครั้งที่ยอมสละชีวิตให้จอมปีศาจเพื่อหยุดยั้งความชั่วไม่ให้เจริญ กระผมจะขอเป็นกำลังใจให้ท่านและจะอยู่เคียงข้างท่านตลอดไปและตลอดกาล ท่านอย่าได้กังวลไปเลยขอรับ” เทพตรัสวินกล่าว
“ขอบคุณในความหวังดี ผมมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยครับ และขอขอบคุณบรรดายักษ์ทั้งหลายที่มาร่วมกันทำบุญในวันนี้ พวกท่านมีน้ำใจงามกันทุกตน” พระปุณณภพภิญโญพนมมือแล้วกล่าวว่า “ผมขออัญเชิญอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยจงช่วยดลบันดาลให้พวกท่านจงมีแต่ความสุขความเจริญ อายุยืนยาว ห่างไกลจากสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายทั้งปวง นับต่อแต่นี้ไปขอให้ทั้งโลกมนุษย์และโลกทิพย์จงมีแต่ความสงบสุข แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวง...สุขทุกทิพาราตรีกาลเทอญ”
“อนุโมทนาสาธุ”
เทพพิทักษ์และยักษ์ทั้งหลายพนมมือพร้อมกับกล่าวสาธุการพระปุณณภพภิญโญซึ่งจะสำเร็จพระอรหันต์ในระยะเวลาอันใกล้ที่จะมาถึงในภพนี้อย่างแน่นอน
สุขทุกทิพาราตรีกาล
จบบริบูรณ์
















0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น