หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

แดนตรีเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์ บทที่ 24

บทที่ 24 จอมทัพพิชิตมาร

“พ่อครับ...แม่ครับ” แดนตรีเรียกผู้ให้กำเนิดด้วยหัวใจที่ปวดร้าวหวั่นไหว
พ่อกับแม่ของเขาไม่มีสติจึงไม่ได้ยินที่เด็กชายเรียก
แดนตรีกัดฟันแน่น มือที่กำดาบเกร็งจนสั่น เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นที่ขมับ ท่าทางเครียดจัด
เทพพิทักษ์ก็คิดไม่ถึงว่าจอมปีศาจจะใช้ไม้นี้
“ถ้าเจ้าฆ่าข้า ข้าก็จะฆ่าพ่อกับแม่ของเจ้าด้วยเช่นกัน เอาซีถ้าเจ้าคิดว่าเจ้าทำได้ล่ะก็ ฆ่าข้าเลย” จอมปีศาจท้าพลางหัวเราะเยาะคู่ต่อสู้อย่างเป็นต่อ
แดนตรีตกอยู่ในฐานะลำบากใจ จะปล่อยจอมปีศาจไปก็ไม่ได้ จะใช้ดาบพิชิตมารฆ่ามันก็ไม่ได้อีก ไม่เช่นนั้นพ่อกับแม่ของเขาก็จะพลอยได้รับอันตรายไปด้วย
เขาจะทำอย่างไรดี
“ถ้าไม่อยากให้พ่อกับแม่ของเจ้าตายเก็บดาบเสียแล้วส่งมันมาให้ข้า” จอมปีศาจขู่
แดนตรีเก็บดาบพิชิตมารเข้าฝักโดยไม่ลังเลแล้วจะปลดดาบออกจากหลัง เขาสูญเสียปู่กับย่าไปสองคนแล้วเขาไม่อยากเสียพ่อกับแม่ที่รักยิ่งไปอีก ไม่มีอะไรต้องลังเลเลยถ้าการยอมแพ้ของเขาจะทำให้พ่อกับแม่อยู่รอด
“ช้าก่อน!” เทพพิทักษ์ร้องบอก
แดนตรีชะงัก
เทพพิทักษ์ล้วงมือทะลุเข้าไปท้องตนเองแล้วหยิบผลึกแก้วมีจุดสีแดงอยู่ตรงกลางขนาดเท่ากำปั้นออกมา รอบจุดสีแดงในผลึกมีรัศมีสีชมพูเต้นเข้าออกอยู่โดยรอบ
ปีศาจเมฆน้ำแข็งตกตะลึงจนเกร็งไปทั้งร่าง หน้าตาเสียขวัญอย่างเห็นได้ชัด
“ผลึกดวงจิตของข้า เจ้าไปเอามาได้อย่างไร” จอมปีศาจอยากจะเข้าไปชิงเอาผลึกดวงจิตคืนมาใจจะขาด
“จอมเทพบดีแนะนำให้ข้าไปเอาผลึกดวงจิตของเจ้ามาจากที่ซ่อน ข้าเสียเวลาหาอยู่ตั้งนานกว่าจะเจอ” เทพตรัสวินเป็นต่อขึ้นมาบ้าง
“เจ้า!” เหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าของจอมปีศาจราวกับหยดน้ำฝนที่เกาะอยู่บนกระจกติดฟิล์มกรองแสง
“ข้ามีข้อแลกเปลี่ยนถ้าเจ้าปล่อยตัวประกันออกมาข้าจะคืนผลึกดวงจิตให้เจ้า” เทพตรัสวินต่อรอง
“ก็ได้” มันไม่ลังเลแม้แต่น้อย ถ่มตัวประกันออกมาจากปากพุ่งใส่เทพพิทักษ์
เทพผู้มีปัญญาฉลาดขว้างผลึกดวงจิตของจอมปีศาจขึ้นไปบนฟ้าก่อนจะรับร่างมนุษย์ไร้สติสองคนไว้ด้วยมือคนละข้าง แล้วตะโกนบอกแดนตรีว่า
“แดนตรีจัดการมันเลย”
แดนตรีชักดาบพิชิตมารออกจากฝักเหาะตามจอมปีศาจขึ้นไปบนฟ้าแล้วฟันใส่ร่างของมันก่อนที่มือกระดูกคดงอของจอมปีศาจจะเอื้อมถึงผลึกดวงจิต
ฉับ!
เพียงดาบเดียวร่างของจอมปีศาจเมฆน้ำแข็งก็ขาดออกจากกันเป็นสองท่อนแล่งจากบนลงล่าง
แดนตรีไม่รอช้าเหาะขึ้นไปหมายจะฟันผลึกดวงจิตของจอมปีศาจให้สิ้นสูญ แต่ปีศาจชั่วยังไม่ยอมตายง่าย ๆ ยื่นมือขึ้นไปจับขาของเด็กชายไว้ทั้งที่มีเหลือแค่ครึ่งซีก มันรวบรวมพลังขัดขวางให้ถึงที่สุดไม่ยอมให้เด็กชายทำลายผลึกดวงจิตของมันได้
แดนตรีใช้ดาบฟันแขนของจอมปีศาจฤทธิ์มากจนขาดสะบั้นเหมือนฟันเถาวัลย์ที่เลื้อยขึ้นมาพันแข้งพันขา แล้วเหาะตามผลึกดวงจิตของจอมปีศาจที่ลอยหนีไปจนทันในที่สุด
เขาเงื้อดาบฟันใส่ผลึกดวงจิตของปีศาจเมฆน้ำแข็งสุดแรงจนผลึกดวงจิตแตกกระจายพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของปีศาจเมฆน้ำแข็งดังขึ้นก้องฟ้า
“อย่า! กรี๊ดดดดดดดดด”
ท้องฟ้าคำรนคำรามสนั่นหวั่นไหวอยู่พักหนึ่งก็เงียบไป พร้อมกันนั้นอีกมิติหนึ่งมนตร์ดำของจอมปีศาจเมฆน้ำแข็งก็พลันสลายไปจากท้องฟ้า ความสดใสกลับคืนมาบนความสูญเสียและย่อยยับอันเกิดจากน้ำมือจอมปีศาจอหังการ
ร่างของปีศาจเมฆน้ำแข็งแตกสลายไปพร้อมกับผลึกดวงจิตของมันจนไม่เหลือซากให้เห็น แดนตรีหายใจแรงอยู่กลางอากาศ ยังไม่ทันหายเหนื่อยเสียงเทพตรัสวินก็ร้องเตือนมาว่า
“แดนตรีมาเถอะเราต้องลงไปช่วยพวกยักษ์ปราบพวกผีดิบพวกมันมีมากเหลือเกิน”
“พ่อกับแม่ผมล่ะครับ” เด็กชายถามทันทีเพราะไม่เห็นพ่อกับแม่อยู่กับเทพตรัสวิน
“ข้านำไปซ่อนไว้ในที่ปลอดภัยแล้วตามข้ามา” เทพพิทักษ์บอกแล้วเหาะลงไปช่วยยักษ์ทำลายพวกผีดิบ
แดนตรีเหาะตามลงไปใช้ดาบพิชิตมารฆ่าพวกผีดิบด้วยท่วงท่าคล่องแคล่วอย่างผู้ชำนาญการใช้ดาบ เพลงดาบเคลื่อนไหวแต่ละครั้งปลิดชีพผีดิบได้หลายตน บางครั้งเสียบครั้งเดียวทะลุร่างผีดิบถึงสามหรือสี่ตนเป็นอย่างต่ำ บางครั้งฟันฉับเดียวผีดิบตายไปเป็นสิบก็มี แต่ยิ่งสู้พวกมันก็ยิ่งรุมเข้ามาแดนตรีเห็นว่าขืนสู้กันอยู่อย่างนี้ไม่รู้ว่ากี่วันจึงจะปราบพวกผีดิบได้หมด เด็กชายจึงร้องบอกโอฬาริกว่า
“โอฬาริกบอกให้พวกยักษ์เหาะขึ้นไปบนฟ้า ผมจะใช้พลังดาบพิชิตมารสังหารพวกผีดิบ”
“ได้เลยเจ้านาย” โอฬาริกตะโกนตอบแล้วร้องบอกให้ยักษ์ทุกตนเหาะขึ้นไปบนฟ้า “กองทัพยักษ์เหาะขึ้นไปบนฟ้าให้หมดทุกตน บอกต่อ ๆ กันไปด้วย”
เสียงร้องตะโกนบอกต่อกันเป็นทอดจนยักษ์ทุกตนเหาะขึ้นไปกระจายอยู่เต็มท้องฟ้ารวมทั้งเทพพิทักษ์ด้วย
มีเพียงแดนตรีคนเดียวที่ยืนอยู่ท่ามกลางกองทัพผีดิบนับล้าน เขากำด้ามดาบไว้ระดับศีรษะชี้ปลายดาบลงพื้น รวมรวบสมาธิให้เป็นหนึ่งเดียวแล้วแทงดาบลงบนดินพร้อมกับปล่อยพลังทำลายล้างมหาศาลออกไป
“พลังแสงสังหาร!”
พลังทำลายล้างจากดาบพิชิตมารพุ่งลงสู่พื้นดินแล่นกระจายออกไปเป็นวงกว้าง เกิดระเบิดขึ้นสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางบรรดาผีดิบที่ไม่มีฤทธิ์ พวกมันไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้จึงถูกพลังสังหารจากดาบพิชิตมารทำลายไปพร้อมกัน เหล่าผีดิบนอนตายเกลื่อนกลาดทับถมกันเต็มพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง
แดนตรียืนหอบอยู่ท่ามกลางความย่อยยับของจอมปีศาจและบริวาร มองซากศพด้วยความรันทดหดหู่ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นผีดิบร้ายกาจแต่ครั้งหนึ่งพวกเขาก็เคยเป็นเพื่อนมนุษย์ที่เคยอาศัยอยู่ร่วมโลกใบเดียวกัน เด็กชายรู้สึกเศร้าใจและสงสารคนเหล่านั้น เขาคงจะยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเศร้าหมองต่อไปอีกนานหากไม่ได้ยินเสียงไชโยโห่ร้องของพวกยักษ์นับแสนตนที่ลอยอยู่เต็มท้องฟ้า
“ไชโย พวกเราชนะแล้ว จอมทัพตัวน้อยของเราพิชิตมารได้หมดแล้ว” โอฬาริกตะโกนอยู่ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดังกึกก้อง
“โอ ช่างเป็นดาบวิเศษอะไรเช่นนี้” โอฬารพึมพำด้วยความตื่นตะลึง
“พลังสังหารช่างร้ายแรงนัก” สิงหะนึกสะท้าน
“ข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นอานุภาพของดาบพิชิตมารเต็มตาเป็นครั้งแรก” เทพตรัสวินทึ่ง
“พลังของดาบพิชิตมารปล่อยออกมาเพียงครั้งเดียวฆ่าพวกผีดิบตายไปเป็นล้าน” ฆรณีไม่อยากจะเชื่อถึงแม้จะได้เห็นกับตาแล้วก็ตาม
“โอ ข้ากลัวอานุภาพดาบเล่มนี้เหลือเกิน” กันทราหวั่นไหว
“ขออย่าให้ข้าต้องเจอกับดาบเล่มนี้อีกเลย” จะกละกลัวเกรงพลังสังหาร
แดนตรีเงยหน้าขึ้นยิ้มให้กับยักษามิตรทุกตน แล้วโอฬาริกก็เหาะลงมายกเด็กชายขึ้นขี่คอก่อนจะพาจอมทัพตัวน้อยเหาะแห่ไปในท่ามกลางเหล่ายักษ์ทหารหาญ เสียงสรรเสริญวีระบุรุษตัวน้อยดังกระหึ่มก้องฟ้า
“แดนตรีผู้วิเศษ...วีระบุรุษตัวน้อย...จอมทัพพิชิตมาร”
เสียงสรรเสริญเกริกฟ้าสร้างความฮึกเหิมให้เกิดขึ้นกับเด็กชายจนลืมความเศร้าหมองเมื่อสักครู่ เขากลายเป็นผู้นำชัยชนะมาสู่กองทัพยักษาธรรมอันเกรียงไกร และนับจากวันนั้นเป็นต้นมาดินแดนอสุระก็เล่าขานถึงแดนตรีผู้วิเศษกับดาบพิชิตมารเป็นตำนานสืบไปตลอดกาลนาน
โอฬารสั่งจัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นทันที เพื่อฉลองชัยชนะและเป็นการแสดงน้ำใจขอบคุณสิงหะกับพรรคพวกที่นำกำลังยักษ์ฝ่ายวิหิงสาห้าหมื่นตนมาช่วยรบในครั้งนี้
เรื่องนี้เป็นปริศนาคาใจแดนตรีจนเมื่อมีโอกาสเขาจึงได้ถามโอฬารว่าทำไมยักษ์ฝ่ายวิหิงสาซึ่งเป็นศัตรูกับยักษ์ฝ่ายอหิงสาจึงมาช่วยรบในครั้งนี้ โอฬารบอกว่าเป็นแผนการเจรจาของเทพตรัสวินที่ไปขอร้องให้สิงหะช่วยรบกับพวกผีดิบ โดยเสนอว่าถ้าสิงหะยอมร่วมรบกับพวกอหิงสาไม่ว่าแพ้หรือชนะเทพตรัสวินจะจัดส่งเครื่องบรรณาการเป็นเนื้อสัตว์ให้ทุกปีจนครบสิบปี พวกเห็นแก่กินก็เลยยอมตกลง ครั้นแดนตรีหันไปถามเทพตรัสวินว่าเขาจะเอาเนื้อสัตว์มากมายมาจากไหนเพื่อส่งเป็นเครื่องบรรณาการให้ยักษ์ฝ่ายวิหิงสาเป็นเวลาถึงสิบปี เทพตรัสวินกล่าวเป็นนัยว่าเรื่องนี้นางยักษ์ฆรณีช่วยเขาได้ เมื่อเด็กชายหันไปถามนางยักษ์ฆรณีว่าจะช่วยเทพตรัสวินได้อย่างไร นางยักษ์ก็ตอบว่าช่วยเหมือนอย่างที่เคยทำพิซซาให้เด็กชายกิน เพียงเท่านี้เด็กชายก็ร้องอ๋อ พลางนึกในใจว่าเทพตรัสวินนี่เหลี่ยมจัดไม่เบา คิดจะเอาเนื้อสัตว์จริงที่ตายธรรมชาติผสมกับเนื้อสัตว์เจส่งเป็นบรรณาการให้สิงหะกับพรรคพวก และฝีมือทำเนื้อสัตว์เทียมของนางยักษ์ฆรณีก็ยอดเยี่ยมเหมือนเนื้อสัตว์จริงไม่ผิดเพี้ยนที่แดนตรีรู้เพราะเขาเคยกินมาแล้ว
แดนตรีถามเทพตรัสวินว่าเขาไปเอาผลึกดวงจิตของปีศาจเมฆน้ำแข็งมาจากไหน เทพตรัสวินเล่าว่าจอมเทพบดีชี้ทางให้เขาไปตามหาผลึกดวงจิตของปีศาจเมฆน้ำแข็งที่ดาวน้ำแข็ง แต่ไม่สามารถระบุลงไปได้ว่ามันซ่อนผลึกดวงจิตไว้จุดใดบนดาวน้ำแข็ง ดังนั้นเทพตรัสวินจึงต้องเสียเวลาหาอยู่หลายวันกว่าจะค้นพบว่าปีศาจเมฆน้ำแข็งซ่อนผลึกดวงจิตไว้ใต้ภูเขาน้ำแข็งลูกหนึ่ง เขาต้องระเบิดภูเขาลูกนั้นออกจึงสามารถลงไปเอาผลึกดวงจิตของมันขึ้นมาได้
เทพตรัสวินตำหนิเด็กชายว่าใจร้อนเกินไปที่แอบหลบหนีไปยังโลกมนุษย์เพียงลำพังไม่รอให้เขากลับมาก่อน เด็กชายสำนึกในความผิดของตนเองและกล่าวขอโทษเทพตรัสวินที่ทำให้ท่านไม่พอใจ เทพตรัสวินบอกว่าไม่ใช่ว่าเขาไม่พอใจแต่เขาเป็นห่วงเด็กชายต่างหากเล่า ทำให้แดนตรียิ้มปลื้มจนแก้มแทบปริ
แดนตรีถามเทพตรัสวินว่าพ่อกับแม่ของเขาอยู่ที่ไหน เทพตรัสวินจึงแหวกท้องให้ดูแดนตรีเห็นพ่อกับแม่นอนหลับอยู่ในท้องของเทพตรัสวินแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ เพราะนึกขันว่าเทพตรัสวินช่างหาที่ซ่อนได้ไม่ต่างจากปีศาจเมฆน้ำแข็งเลย
เด็กชายอยากให้พ่อกับแม่ออกมาร่วมงานฉลองชัยชนะของเขากับพวกยักษ์ด้วย แต่เทพตรัสวินไม่เห็นด้วยเพราะเกรงว่าพ่อกับแม่ของเขาอาจจะตกใจจนช็อกตายไปเสียก่อน และยังบอกว่าให้เก็บร่างของคนทั้งสองไว้ในท้องของท่านนี่แหละปลอดภัยดี ปล่อยให้พลังเทพชำระล้างพลังปีศาจออกจากกายให้หมดสิ้น เมื่อกลับถึงโลกมนุษย์พวกเขาจะได้แข็งแรงและไม่เสียสติ
วันหนึ่งขณะที่นอกปราสาทยังอยู่ในช่วงงานฉลองชัย แดนตรีมานึกทบทวนว่าดาบพิชิตมารนั้นมีพลังวิเศษก็จริงอยู่ แต่ถ้านำติดตัวกลับไปยังโลกมนุษย์เขาอาจพลั้งเผลอทำให้เพื่อนมนุษย์ตาบอดไปครึ่งค่อนโลกก็เป็นได้ ถึงแม้ว่าเขาจะรักดาบพิชิตมารมาก รักและอาลัยอย่างที่ไม่เคยรักอะไรเท่านี้มาก่อน ทว่าเขาคงจะนำดาบกลับไปบ้านด้วยไม่ได้
ดังนั้นเขาจึงขอฝากดาบพิชิตมารไว้กับเทพตรัสวินและอนุญาตให้เทพตรัสวินนำไปใช้ปราบมารหรือปีศาจที่ดื้อรั้นได้ เทพตรัสวินบอกว่าจะรักษาดาบไว้ให้เขาเป็นอย่างดีเขาไม่ต้องเป็นห่วง แดนตรีจึงเบาใจเรื่องดาบพิชิตมารลง
เด็กชายคืนหน้ากากแก้ววิเศษกับย่ามวิเศษให้เทพตรัสวินแต่เขาบอกให้เด็กชายเก็บไว้เป็นที่ระลึกซึ่งทำให้เด็กชายดีใจมาก มีอีกเรื่องหนึ่งที่แดนตรีเคยสงสัยมานานแต่ไม่กล้าขอให้เทพตรัสวินเฉลย จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่กล้าเอ่ยปากจนกระทั่งต้องจากกัน
เทพตรัสวินกับโอฬาริกไปส่งแดนตรีกับพ่อและแม่ที่หลับอยู่ในท้องของเทพตรัสวินจนถึงบ้านพักที่กรุงเทพฯ และอยู่ช่วยจัดการธุระบางอย่างให้โดยเทพตรัสวินช่วยลบความทรงจำบางส่วนของพ่อกับแม่ออกไป และเรียกรถยนต์ซึ่งอยู่ในค่ายบรรเทาสาธารณะภัยที่จังหวัดหนึ่งในแถบชายแดนภาคใต้ขึ้นมาให้ และตรวจสอบดูฤทธิ์ปีศาจในตัวเด็กชายว่ายังมีตกค้างอยู่อีกหรือไม่ ปรากฏว่าทั้งสัญลักษณ์แห่งเทพและดวงตราปีศาจที่ฝ่ามือหายไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบแดนตรีไม่ทันสังเกต หลังจากนั้นเด็กชายได้มอบดาบพิชิตมารให้กับเทพตรัสวินช่วยรักษาไว้ก่อนที่เทพพิทักษ์กับยักษ์โอฬาริกจะจากไป
หลังจากพ่อกับแม่ของเขาฟื้นขึ้นมาทั้งสองมีอาการมึนงงและคิดอะไรไม่ออกเหมือนคนความจำเสื่อม แดนตรีไม่กล้าเล่าอะไรให้พ่อกับแม่ฟังนอกจากเรื่องที่คุณปู่กับคุณย่าเสีย พ่อกับแม่ตกใจมากโดยเฉพาะพ่อถึงกับร้องไห้เลย แดนตรีบอกว่าตอนนี้ศพของคุณปู่กับคุณย่าถูกฝังอยู่บนเชิงเขาไม่ไกลจากบ้านของท่านนัก พ่อกับแม่จะพาแดนตรีไปที่ฝังศพของคุณปู่กับคุณย่าทันที แต่แดนตรีบอกว่ายังไปไม่ได้เพราะตอนนี้น้ำท่วมทั่วประเทศ พ่อกับแม่ของเขายิ่งงวยงงกันใหญ่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองและคิดอะไรไม่ออก
จนกระทั่งเวลาผ่านไประดับน้ำลดลงประเทศเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ พ่อกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลเหมือนเดิม ข่าวสารบ้านเมืองเริ่มเคลื่อนไหวพ่อกับแม่ของเขาดูข่าวแล้วก็ค่อนข้างงงกับข่าวการหายไปอย่างลึกลับของบรรดาผีดิบที่เคยออกอาละวาด แต่แดนตรีทำไม่รู้ไม่ชี้
ในที่สุดพ่อกับแม่และแดนตรีก็ได้ไปจัดการศพของคุณปู่คุณย่าโดยตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่วัดสามวันจึงเผา ป้าเนียนไปพักอยู่กับญาติระหว่างรอทางการมาช่วยซ่อมแซมบ้านของคุณปู่คุณย่าที่พังลงเพราะถูกพายุลูกเห็บถล่มอันเกิดจากฝีมือของปีศาจเมฆน้ำแข็ง ส่วนผีเรือนก็กลับไปเฝ้าเรือนให้เหมือนเดิม
หลังจากนั้นโรงเรียนของแดนตรีก็เปิดเทอม เด็กชายไปเรียนหนังสืออย่างมีความสุขทว่าเรื่องราวการผจญภัยต่างมิติยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำไม่มีวันลืมเลือน ทุกครั้งที่เขาสวดมนตร์ภาวนาสมาธิเขาจะอุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร คุณปู่คุณย่า เทพตรัสวิน โอฬาริก ยักษ์ในแดนอสุระ เจ้าหญิงนางฟ้า กัมมัญญ์ นาคี-นาคา และคันธมาลี ตลอดจนเหล่าผีดิบทั้งหลายด้วย
ทุกวันนี้เขายังเก็บเสื้อตัวเบา รองเท้าไม่ลื่นหลุด เชือกตะขอเขากวาง หน้ากากแก้ววิเศษไว้ในย่ามวิเศษและเก็บย่ามวิเศษไว้ในกล่องเป็นอย่างดีโดยที่พ่อกับแม่ไม่มีวันรู้ว่าสิ่งของเหล่านั้นมีคุณสมบัติวิเศษเพียงใด ถ้าท่านเห็นเขาก็จะบอกว่าเป็นแค่ของเล่นที่เขาสะสมไว้ก็เท่านั้นเอง พ่อจำไม่ได้หรอกว่าเคยซื้อของเล่นอะไรให้เขาบ้าง แต่แม่ความจำดีกว่าพ่อถึงกระนั้นแม่ก็ไม่ค่อยมีเวลามาสนใจของเล่นอันแสนรกของเขา
เมื่อใดที่แดนตรีนึกถึงเรื่องราวการผจญภัยที่แสนสนุกตื่นเต้นและอันตรายกึ่งชวนฝันเขาก็จะเอากล่องเก็บของที่ระลึกจากต่างมิติออกมาดู
เทพตรัสวินยังคงทำหน้าที่เทพพิทักษ์อย่างแข็งขัน เขาออกปราบปรามเหล่าปีศาจร้ายไปทั่วจักรวาล บางทีอาจต้องไปไกลถึงจักรวาลอื่นด้วย แต่บางครั้งเขาก็แอบมาคุยกับแดนตรีในฝัน บางครั้งก็พาไปเที่ยวที่ดาวดวงอื่นเหาะคุยกันไปอย่างสนุกสนาน
มีบางสิ่งบางอย่างยังค้างคาใจแดนตรีอยู่จนทุกวันนี้นั่นก็คือเขาอยากเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเทพตรัสวิน แต่จนแล้วจนรอดแดนตรีก็ไม่กล้าขอให้เทพตรัสวินเปิดเผย
ทุกคืนเมื่อมองขึ้นไปบนฟ้านอกหน้าต่างเด็กชายจะเห็นหน้ากากเหล็กสีเงินปรากฏอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าที่มีดาวดารดาษ หน้ากากที่ไม่เคยเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของเทพพิทักษ์ผู้กล้าหาญซึ่งเป็นวีระบุรุษหนึ่งเดียวในดวงใจของแดนตรี
เทพพิทักษ์ตรัสวิน...เทพอัศวินของแดนตรี

0 ความคิดเห็น:

ตัวอย่างหนังแฮรี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม

ตัวอย่างพิเศษจาก Harry Potter 6

ตัวอย่างภายนตร์เรื่อง The Secret of Moonacre

เกมส์

สไลด์