หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

แดนตรีเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์ บทที่ 23

บทที่ 23 สงครามอมนุษย์


หลังจากฝังศพคุณปู่คุณย่าแล้วอาศัยจังหวะที่ป้าเนียนเผลอ แดนตรีก็แอบเหาะขึ้นฟ้าไปทันทีเพราะไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป ก่อนจากมาเขาได้ฝากผีเรือนให้ช่วยดูแลป้าเนียนด้วย ซึ่งเธอก็รับปากว่าจะไม่ไปไหนและจะอยู่ดูแลป้าเนียนจนกว่าจะได้กลับบ้านหรือมีญาติมารับ
แดนตรีอธิษฐานจิตขอให้ดาบพาเขาไปหาจอมปีศาจเมฆน้ำแข็งให้เร็วที่สุด ร่างของเด็กชายหายไปในอากาศแล้วปรากฏขึ้นตรงหน้าจอมปีศาจเมฆน้ำแข็ง
จอมปีศาจนั่ง ๆ นอน ๆ อย่างสบายอกสบายใจอยู่บนก้อนเมฆสีขาวลอยอยู่เหนือพื้นเมฆสีดำฉ่ำ คอยบงการให้เมฆดำปล่อยน้ำฝนลงไปบนโลกมนุษย์ไม่ให้ขาดสาย พอเห็นเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์ปรากฏตัวขึ้นกะทันหันมันก็ตกใจจนกระโดดออกไปลอยตัวอยู่กลางอากาศ
“เด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์เจ้าบังอาจมากที่กล้าบุกมาหาข้า” แม้ว่าจอมปีศาจเมฆน้ำแข็งจะหวั่นเกรงพลังดาบพิชิตมารแต่ก็แสร้งทำเสียงขู่กลบเกลื่อน
“ผมมาดีครับจะมาขอเจรจากับท่าน” แดนตรีพูดอ่อนน้อม บัดนี้เขาไม่มีความเกรงกลัวจอมปีศาจชั่วแม้แต่น้อย
จอมปีศาจเมฆน้ำแข็งมองอย่างระแวดระวัง
“เจ้าจะมาเจรจาอะไรกับข้า”
“ผมจะมาขอร้องให้ท่านหยุดสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้บริสุทธิ์ ถ้าท่านต้องการชีวิตของผม ผมก็ยินดีที่จะสละชีวิตให้ท่าน”
จอมปีศาจเมฆน้ำแข็งหรี่ตามองเด็กชาย
“เจ้าพูดจริงรึ”
“ผมพูดจริงเสมอ”
“ข้าไม่เชื่อ เจ้าจะหลอกล่อให้ข้าตายใจแล้วจะฆ่าข้าด้วยดาบพิชิตมารใช่ไหม”
“ท่านก็รู้ว่าพลังสังหารของดาบพิชิตมารมีอานุภาพมาก เพียงผมชักดาบออกมานิดเดียวแสงจากดาบจะส่องไปไกลถึงครึ่งโลก มนุษย์หรือสัตว์ที่เห็นแสงแห่งดาบพิชิตมารจะตาบอดทันที ผมไม่ประสงค์ให้เป็นเช่นนั้น ผมทนเห็นเพื่อนมนุษย์เดือดร้อนจากการกระทำของท่านต่อไปไม่ไหว จึงมาเสนอข้อแลกเปลี่ยนให้ท่านพิจารณา”
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร” ปีศาจเมฆน้ำแข็งหยั่งเชิง
“ผมยอมเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อแลกกับชีวิตของเพื่อนมนุษย์ร่วมชาติ แต่มีข้อแม้ว่าถ้าท่านได้ชีวิตของผมแล้วท่านจะต้องหยุดการกระทำอันชั่วช้าทุกอย่าง” แดนตรีตอบอย่างเด็ดเดี่ยว
“มากไป” จอมปีศาจสะแหยะปากอย่างดูแคลน
“ท่านไม่มีทางเลือก” แดนตรีจ้องจอมปีศาจด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวและไม่มีทีท่าว่าจะตกเป็นรองแต่อย่างใด “ถ้าท่านต้องการชีวิตของผม ผมก็ยินดีจะสละชีวิตให้ท่านแต่ต้องแลกกับความสงบสุขของเพื่อนมนุษย์ทั้งโลก ท่านจะต้องสัญญาว่าจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้พวกเขาอีก ไม่เช่นนั้นต่อให้ท่านได้ชีวิตของผมไปวิญญาณของผมก็จะกลับมาพร้อมกับดาบพิชิตมารเพื่อทำลายท่านเช่นกัน หรือถ้าท่านคิดจะทำให้ผมเป็นผีดิบแล้วคิดจะบิดพลิ้วภายหลังดาบพิชิตมารจะฆ่าเราทั้งสองพร้อมกันทันที”
“เจ้า!” ปีศาจเมฆน้ำแข็งกำมือแน่น
“เห็นไหมว่าท่านไม่มีทางเลือก มีอยู่ทางเดียวคือท่านต้องยอมรับข้อเสนอของผม” แดนตรีกดดันอีกฝ่ายให้ยอมรับข้อเสนอ
“ไหนเมื่อกี้เจ้าบอกว่าไม่อยากทำให้เพื่อนมนุษย์ต้องตาบอดเพราะแสงดาบอย่างไรล่ะ แล้วทำไมถึงได้บอกว่าจะสั่งให้ดาบฆ่าเราทั้งสองพร้อมกัน เจ้าไม่มีวันฆ่าข้าได้ถ้าเจ้าไม่ยอมชักดาบออกมา” จอมปีศาจคิดว่าตนเองฉลาดกว่า ช่างไม่รู้เลยว่าความฉลาดที่มันคิดเทียบไม่ได้เลยกับความกล้าหาญของเด็กน้อย
“ถ้าไม่มีทางเลือกผมคงต้องยอมปล่อยให้เพื่อนมนุษย์ตาบอดไปบางส่วนดีกว่าปล่อยให้ท่านเสพกิเลสจนกลายเป็นผีดิบไปหมดทั้งโลก” แดนตรีคิดใคร่ครวญมาดีแล้ว
“เจ้า!” จอมปีศาจคำรามด้วยความโกรธ
“ท่านจะสัญญาหรือไม่” แดนตรีคาดคั้น
“ข้าไม่สัญญาและข้าก็จะฆ่าเจ้าด้วย” ปีศาจเมฆน้ำแข็งเหาะไปตะตบคอเด็กชายด้วยมือข้างเดียว ทว่ามันต้องรีบถอนมือออกสะบัดเร่าเพราะร้อนมือเหมือนจับถูกถ่านแดงฉาน
“ท่านทำอะไรผมไม่ได้หรอกถ้าผมไม่อนุญาต พลังจากดาบพิชิตมารจะปกป้องผมจากสิ่งชั่วร้ายทั้งหลาย ผมจะอนุญาตให้ท่านฆ่าผมได้ก็ต่อเมื่อท่านสัญญากับผมก่อนว่าท่านจะหยุดสร้างเวรกับเพื่อนมนุษย์ของผม” แดนตรีไม่เกรงกลัวต่อจอมปีศาจชั่วช้า
“ถ้าข้าฆ่าเจ้าแล้วดาบพิชิตมารจะฆ่าข้าหรือไม่” จอมปีศาจเริ่มหวั่นไหว
“ถ้าผมสั่งไม่ให้ฆ่าดาบก็จะไม่ฆ่าท่าน” แดนตรีแน่ใจว่าดาบพิชิตมารจะเชื่อฟังเขา
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็สั่งเลยสิ” ปีศาจเมฆน้ำแข็งตวาดมันโกรธที่เด็กชายทำให้มือของมันเจ็บ
“ผมตั้งจิตอธิษฐานสั่งดาบมาเรียบร้อยแล้ว เพราะผมเชื่อว่าคนไม่มีสัจจะอย่างท่านคงไม่คิดจะรักษาสัญญาอย่างแน่นอน ทีนี้ท่านจะให้สัญญาได้หรือยัง” แดนตรีพิสูจน์ให้จอมปีศาจเห็นแล้วว่าเขาเป็นเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์ตัวจริงที่ความชั่วจะเข้าไม่ถึงถ้าเขาไม่เปิดประตูให้
“ข้าไม่สัญญา” จอมปีศาจเกรงว่าตนเองจะสูญเสียพลังปีศาจ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เท่ากับว่ามันจะใช้ฤทธิ์ทำตามใจตัวเองไม่ได้อีกต่อไปซึ่งมันคงทนไม่ได้
ปีศาจเมฆน้ำแข็งร่ายมือสร้างพลังทำลายล้างก่อนจะซัดพลังลูกใหญ่ใส่เด็กชาย หมายจะให้โดนครั้งเดียวแล้วตายทันที แดนตรีเหยียดแขนออกใช้มือวาดเป็นวงกลมสร้างกำแพงแก้วป้องกันภัยล้อมรอบตัว แสงแห่งพลังทำลายล้างจึงกระจายออกไปเมื่อกระทบถูกเกราะแก้ว
จอมปีศาจยังไม่ยอมรามือมันพยายามทุกวิถีทางที่จะฆ่าเด็กชายให้ได้ ทั้งใช้ลูกไฟ พายุลูกเห็บ พายุก้อนหิน อาวุธแหลมคม หรือแม่แต่กระบองยักษ์ มันก็ไม่สามารถทำลายเกราะแก้วลงได้ทั้งที่เด็กชายไม่ได้ตอบโต้อะไรเลย
มันไม่ต้องการให้แดนตรีมีชีวิตอยู่เพราะเกรงว่าวันหนึ่งเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์อาจใช้ดาบพิชิตมารสังหารมัน ถึงแม้มันจะเป็นวิญญาณที่ห่อหุ้มด้วยบาปหนาแต่มันก็กลัวตายเป็นเหมือนกัน
กลัวว่าตนเองจะไม่มีฤทธิ์ ไม่มีอำนาจ ไม่มีบริวาร ไม่มีความสำคัญ และไม่มีอะไรหล่อเลี้ยงวิญญาณอันว้าเหว่ของตนเอง
มันจึงต้องการกำจัดทุกอย่างที่จะมีอำนาจอยู่เหนือมัน โดยเฉพาะเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์คนนี้ซึ่งบัดนี้ทำให้มันกลัวในบุญฤทธิ์จนรามือไม่ได้อย่างเด็ดขาด
มันดิ้นรนจะทำลายผู้อื่นจนตนเองสูญเสียพลังไปมหาศาลโดยไม่รู้ตัว ทำให้ฝนเริ่มซาและเมฆดำก็เริ่มคลี่คลาย มันเห็นท่าไม่ดีเกรงว่าตนเองจะต้องเป็นฝ่ายปราชัยจึงเอ่ยปากยอมสัญญาในที่สุด
“ก็ได้ ข้าให้สัญญา”
“สัญญาว่าจะไม่ทำให้เพื่อนมนุษย์เดือดร้อนจากการกระทำอันชั่วร้ายของท่าน” แดนตรีทวนสัญญาให้ฟังและต้องการให้จอมปีศาจพูดตาม แต่มันคงกลัวจึงทำโกรธกลบเกลื่อน
“ข้าให้สัญญาแล้วเจ้าอย่าเรื่องมากออกมาให้ข้าฆ่าเสียที” มันตวาดพลางหอบหน้าตาซีดเซียว
“ก็ได้ ผมถือว่าท่านได้ให้สัจจะต่อหน้าดาบพิชิตมารแล้ว ดาบรับรู้แล้วและจะไม่ยอมให้ท่านบิดพลิ้วเด็ดขาด ถ้าท่านผิดสัญญาดาบจะสังหารท่านให้ตายพร้อมกับผมทันที ท่านมั่นใจแล้วหรือยัง” แดนตรีเตือนเป็นครั้งสุดท้าย
“ข้าให้สัญญาอะไรก็ได้ตามแต่เจ้าจะนึก” จอมปีศาจยอมอ่อนข้อและคิดว่าไม่เป็นไรค่อยหาทางแก้ไขทีหลัง
แดนตรีถอนใจพลางนึกลาพ่อกับแม่อยู่ในใจก่อนจะบันดาลให้เกราะแก้วป้องกันภัยหายไป ทันที่เกราะแก้วหายไปปีศาจเมฆน้ำแข็งก็พุ่งเข้าตะปบคอเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์ไว้แน่นทั้งสองมือแล้วบีบเค้นอย่างแรง
มันทั้งกลัวและเคืองแค้นไปพร้อมกัน กลัวว่าเด็กชายจะมีโอกาสชักดาบออกมาสังหารมัน และแค้นที่จอมปีศาจอย่างมันไม่สามารถเอาชนะเด็กชายตัวกระจิริดได้
แดนตรีอ้าปากกว้างตาเหลือกและหายใจไม่ออก ขาดิ้นไปมาบนอากาศแต่ไม่คิดจะต่อสู้ เขายอมอุทิศชีวิตเพื่อหยุดยั้งความชั่วร้ายถวายแด่พระพุทธเจ้าไปแล้ว จะไม่ขอหลีกลี้จากอุ้งมือปีศาจไปเพราะความกลัวตายเด็ดขาด
ในช่วงเวลาที่สติเลื่อนลอยเขาเห็นใบหน้าอันน่าเกลียดน่ากลัวของจอมปีศาจสะแหยะยิ้มอย่างผู้มีชัย ทว่าทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงดังเหมือนผ้าแล่ง
“แควก!”
ใบหน้าแข็งกระด้างและโหดเหี้ยมของจอมปีศาจอยู่ในอาการตกตะลึงงงงัน ตาไร้แววลึกโหลเบิกโพลงและมือที่บีบคอแดนตรีอยู่นั้นคลายออกจนทำให้อากาศวิ่งผ่านเข้าไปในโพรงจมูกของเด็กชายได้ อาการตกตะลึงตาค้างของจอมปีศาจเป็นอยู่สักครู่ก่อนที่เสียงกรีดร้องอันแหลมสูงจะดังขึ้นอย่างโหยหวน
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
จอมปีศาจค่อย ๆ หันหลังไปมองผู้ที่ฟันมันจากด้านหลัง เมื่อเห็นว่าเป็นใครมันโกรธจนร่างขยายใหญ่ขึ้นอย่างน่ากลัว ความโกรธผสมกับความเจ็บปวดทำให้มันคุ้มคลั่ง
แดนตรีลอยห่างออกไปตั้งหลักเพราะอ่อนเปลี้ยจากการถูกจอมปีศาจบีบคอเมื่อสักครู่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเทพตรัสวินพระเอกผู้วิเศษที่คอยคุ้มครองเขาตลอดมา
เทพตรัสวินสู้กับจอมปีศาจในลักษณะยั่วให้มันโกรธมากที่สุด แล้วเหาะไปคว้าแขนแดนตรีพาเหาะหนีไปด้วยความเร็วสูง จอมปีศาจไล่กวดตามไปทันทีเช่นเดียวกัน
“ขอบคุณครับที่มาช่วยผมไว้” แดนตรีบอกเทพตรัสวิน
“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย เราต้องล่อให้มันเข้าไปในประตูมิติให้ได้ก่อน” เทพตรัสวินบอก
“ท่านมีแผนหรือครับ” แดนตรีถามด้วยความตื่นเต้นแกมอยากรู้
“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง เจ้ารีบเหาะตามข้ามาให้ทันก็แล้วกัน” เทพตรัสวินบอกแล้วปล่อยแขนเด็กชายให้เขาเหาะเอง
“เด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์เจ้าตระบัดสัตย์ กลับมาให้ข้าฆ่าเสียดี ๆ” จอมปีศาจร้องด่าพร้อมกับทวงสัญญาอยู่ข้างหลัง
แดนตรีรู้สึกไม่สบายใจ แต่เสียงเทพตรัสวินดังข่มจิตที่กำลังอ่อนไหวขึ้นมาว่า
“ไม่ต้องไปสนใจมัน รีบเข้าไปในประตูมิติก่อน”
เทพตรัสวินไม่เปิดโอกาสให้ถาม เขาเร่งให้เหาะเข้าไปในประตูมิติให้เร็วที่สุด
“เจ้าคิดว่าจะหนีข้าพ้นอย่างนั้นรึ ไม่มีวันเสียหรอก ข้าจะตามไปฆ่าเจ้าทุกหนทุกแห่งไม่ว่าเจ้าจะหนีไปหลบอยู่ที่ใด” จอมปีศาจเมฆน้ำแข็งอาฆาตแค้นพลางไล่ตามอย่างไม่ลดละ
ประตูมิติปรากฏขึ้นเหนือป่าแห่งหนึ่งเทพตรัสวินและแดนตรีเร่งรุดเหาะเข้าไปในประตูมิติ หวังจะล่อให้เจ้าปีศาจร้ายตามเข้าไปซึ่งก็เป็นไปตามแผน
ปีศาจเมฆน้ำแข็งเหาะทะลุเข้าไปในประตูมิติแล้วก็ต้องชะงักค้างอยู่กลางอากาศเมื่อพบว่าตนเองตกอยู่ในวงล้อมของเหล่ายักษ์ทหารหาญกว่าแสนตน อย่าว่าแต่จอมปีศาจจะตกตะลึงเลยแม้แต่แดนตรีก็ยังทึ่งและนึกไม่ถึง
จอมปีศาจเหงื่อตกมันกัดฟันพลางกลอกตาไปมาสีหน้าเครียดจัด แม้ว่ามันจะมีพลังปีศาจสูงแต่การที่จะต้องสู้กับยักษ์ทั้งกองทัพนับแสนตนเพียงลำพังตนเดียวคงจะทำไม่ได้ มันจึงคิดจะหนีออกไปยังโลกมนุษย์ทางประตูมิติที่เหาะเข้ามาเมื่อสักครู่
เพียงแค่จอมปีศาจเมฆน้ำแข็งขยับตน โอฬาร โอฬาริก สิงหะ ฆรณี กันทาและจะกละก็เหาะไปขวางทางจอมปีศาจไว้ทันที มันจึงตกอยู่ในฐานะที่นั่งลำบากจะหนีไปทางไหนก็ถูกล้อมไว้หมด เมื่อเห็นว่าไม่มีทางหนีรอดไปได้อย่างแน่นอน จอมปีศาจจึงส่งกระแสจิตไปเรียกเหล่ากองทัพผีดิบที่อยู่ในโลกมนุษย์ให้เข้ามาช่วยมันทันที
เหล่าผีดิบหลายล้านตนกำลังสนุกกับการไล่ล่าเสพกิเลสมนุษย์อยู่ในเมืองหลวง พอเห็นสัญญาณที่เจ้านายของพวกมันส่งมาจึงพากันชะงักแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีดำทะมึน หมอกแห่งความชั่วร้ายพุ่งเข้าครอบงำเมืองทั้งเมือง และเมื่อหมอกควันสีดำจางหายไปบรรดาผีดิบทั้งหมดก็อันตรธานไปจากเมืองหลวงทันที มนุษย์ทั้งหลายต่างพากันงงงันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะวิ่งหาที่หลบภัยกันจ้าละหวั่นเพราะเกรงว่าพวกผีดิบจะกลับมาไล่ล่าพวกเขาอีก
พายุใต้ฝุ่นสีดำลูกใหญ่พัดเข้ามาในประตูมิติทำเอาบรรดายักษ์ทั้งหลายพากันแตกหึ่ง ปีศาจเมฆน้ำแข็งหัวเราะลั่นก่อนจะสั่งให้กองทัพผีดิบของตนจัดการกับพวกยักษ์
“กองทัพผีดิบของข้าจงจัดการกับศัตรูของข้าอย่าให้เหลือ...ฆ่าพวกมันให้หมด!”
กองทัพผีดิบถูกพายุใต้ฝุ่นสลัดออกมาตกกระจายใส่กองทัพยักษ์ บัดนั้นยักษ์ทั้งหลายพร้อมใจกันแปลงกายใหญ่ขึ้นสู้กับกองทัพผีดิบที่มีกำลังมากกว่าหลายเท่า
พวกผีดิบแม้จะตัวเล็กกว่าแต่ก็มีจำนวนมากกว่าพวกมันเกาะอยู่ตามตัวยักษ์ทั้งกัดทั้งข่วนเหมือนมดตะนอยรุมกัดศัตรู ยักษ์หลายตนบาดเจ็บเพราะถูกฟันและเล็บอันแหลมคมของผีดิบกัดและข่วน ทว่าหาทำให้ทหารยักษ์ทั้งหลายกลัวไม่ การกระทำของบรรดาผีดิบกลับสร้างความโกรธให้พวกยักษ์ เมื่อยักษ์โกรธพวกเขาจึงจับผีดิบหักท่อนและฉีกทึ้ง บ้างถูกกระทืบจนจมดิน บ้างถูกกระบองฟาดจนเละ บ้างถูกตบจนแบนคามือ
ขณะที่กองทัพยักษ์และกองทัพผีดิบสู้ตะลุมบอนกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน จอมปีศาจเมฆน้ำแข็งก็ฉวยโอกาสที่ทุกฝ่ายกำลังชุลมุนกันอยู่นั้นเหาะขึ้นฟ้าหมายจะหนีไป แต่เทพตรัสวินกับแดนตรีเหาะตามไปสกัดไว้
“เจ้าไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอกปีศาจเมฆน้ำแข็งยอมมอบตัวเสียดีกว่าแล้วตามข้ากลับไปแดนกักกันปีศาจ” เทพตรัสวินให้โอกาสผู้ร้ายกลับใจ
“พวกเจ้าเล่นแผนสกปรกหลอกล่อให้ข้าเข้ามาติดกับดักของพวกเจ้า นี่หรือวิธีต่อสู้ของเทพพิทักษ์ผู้กล้าหาญ ช่างน่าสมเพชนัก คงรู้ตัวล่ะสิว่าสู้ข้าไม่ได้จึงต้องมาอาศัยมือพวกยักษ์สกุลต่ำในแดนอสุระน่าทุเรศที่สุด” จอมปีศาจอหังการ
“สมองกลวง ๆ ของเจ้าคิดได้แค่นั้นเองหรือปีศาจเมฆน้ำแข็ง ถ้าเจ้ายังคิดไม่ออกข้าก็จะบอกให้เอาบุญก่อนที่เจ้าจะตาย การที่ข้าหลอกล่อให้เจ้าเข้ามาในแดนอสุระก็เพราะรู้ดีว่าเมื่อเจ้าเห็นกองทัพยักษ์เจ้าจะต้องเกิดความกลัวจนต้องเรียกบริวารของเจ้าที่กำลังก่อกรรมทำเข็ญอยู่ในโลกมนุษย์ให้เข้ามาช่วย เหตุที่ต้องล่อเจ้ากับบริวารของเจ้าเข้ามาในแดนอสุระก็เพื่อให้แดนตรีสามารถใช้ดาบพิชิตมารได้เต็มที่ และเป็นการหยุดบริวารของเจ้าไม่ให้ก่อกรรมทำเข็ญกับพวกมนุษย์ไปพร้อมกัน ทีนี้รู้หรือยังล่ะว่าข้ากลัวเจ้าจริงหรือไม่” เทพตรัสวินใช้แผนเหนือเมฆซึ่งแม้แต่แดนตรีก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน
แดนตรีรู้หน้าที่ของตนไปพร้อมกับปีศาจที่รู้ชะตากรรมของตนเองเช่นกัน เด็กชายเรียกหน้ากากแก้ววิเศษปรากฏขึ้นบนหน้าก่อนจะชักดาบพิชิตมารออกจากฝัก รัศมีดาบพุ่งวาบออกไปไกลจนใครต่อใครตาพร่า กองทัพที่กำลังสู้รบกันอยู่ทั้งสองฝ่ายชะงักหลับตาหลบแสงจ้า บัดนี้แดนอสุระอาบไปด้วยแสงสีขาวจนทุกอย่างดูซีดไปหมด แม้แต่จอมปีศาจเมฆน้ำแข็งก็ยังดูซีดลงไปอย่างเห็นได้ชัดไม่ต่างอะไรกับผ้าขี้ริ้วเก่า ๆ ที่เกือบจะผุอยู่รอมร่อ
เมื่อรัศมีดาบที่ส่งออกไปกลับมารวมอยู่ในดาบอีกครั้งแดนสุระจึงกลับคืนสู่สภาพเดิมกองทัพยักษ์กับกองทัพผีดิบจึงสู้รบกันต่อไป แม้ว่ากองทัพผีดิบจะมีจำนวนหลายล้านตนแต่กองทัพยักษ์นั้นตัวใหญ่และมีพละกำลังมากกว่า ทั้งความเป็นทิพย์ของยักษ์ทำให้พวกเขาไม่ตายเพียงแต่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น แต่บรรดาผีดิบเมื่อถูกทำลายก็กลายเป็นซากศพที่ไม่มีวันฟื้นคืนชีพอีกต่อไป เหล่าบรรดาผีดิบจึงลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ถึงกระนั้นผีดิบที่เหลือก็ยังมีอยู่อีกมหาศาล
“แดนตรีจัดการมันเลย” เทพตรัสวินร้องบอก
แดนตรีเงื้อดาบขึ้นสูงหมายจะส่งพลังดาบออกไปสังหารจอมปีศาจ แต่แล้วก็ต้องชะงักพร้อมกับตกใจอย่างแรงเมื่อเห็นจอมปีศาจเจ้าเล่ห์อ้าปากกว้างให้เห็นตัวประกันที่มันอมไว้
“พ่อ แม่!” แดนตรีตกใจที่เห็นผู้ให้กำเนิดทั้งสองตกอยู่ใต้อำนาจของปีศาจ

0 ความคิดเห็น:

ตัวอย่างหนังแฮรี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม

ตัวอย่างพิเศษจาก Harry Potter 6

ตัวอย่างภายนตร์เรื่อง The Secret of Moonacre

เกมส์

สไลด์