หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

แดนตรีเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์ บทที่ 20

บทที่ 20 แผนลวงจอมปีศาจ


แดนตรีพยายามมองหาข้อแตกต่างระหว่างเทพตรัสวินทั้งสององค์แต่ก็หาไม่พบ พวกเขาทั้งสองเหมือนกันยิ่งกว่าฝาแฝด แถมยังใส่ชุดเกราะเหล็กสีเงินเหมือนกันเปรี๊ยะ
“แดนตรีหน้ากากอันนั้นเป็นของปลอม เจ้าปีศาจเมฆน้ำแข็งมันหลอกให้เจ้าใส่เพื่อจะได้ตาบอด ของจริงอยู่นี่ต่างหาก” เทพตรัสวินที่ยืนอยู่บนก้อนหินร้องบอกพลางชูหน้ากากแก้ววิเศษใสเป็นประกายให้ดู
แดนตรีตกใจรีบถอดหน้ากากแก้ววิเศษออกจากใบหน้า
“เจ้านั่นแหละที่โกหก เจ้าเป็นปีศาจเมฆน้ำแข็งแปลงร่างมา อย่านึกว่าข้าไม่รู้นะ” เทพตรัสวินที่ถือเชือกลูกโป่งวิเศษค้าน
แดนตรีเลยลังเลว่าจะใส่หน้ากากแก้ววิเศษดีหรือไม่
“เจ้านั่นแหละที่ปลอมตัวเป็นข้า ปล่อยแดนตรีมาเดี๋ยวนี้” เทพตรัสวินองค์ที่ยืนอยู่บนก้อนหินสั่งพลางบันดาลหอกเทพสิทธิ์ขึ้นในมือ
“นึกว่าแดนตรีจะเชื่อเจ้ารึ” เทพตรัสวินองค์ที่ถือเชือกลูกโป่งวิเศษก็บันดาลหอกเทพสิทธิ์ขึ้นในมือเหมือนกัน
เทพตรัสวินองค์ที่ยืนอยู่บนก้อนหินพุ่งหอกเข้าใส่เทพตรัสวินที่ยืนอยู่ข้างล่าง เทพตรัสวินที่ถูกโจมตีก่อนปล่อยเชือกลูกโป่งวิเศษแล้วหายตัวหลบหอกเทพสิทธิ์
แดนตรีชักมั่นใจแล้วว่าเทพตรัสวินที่มาทีหลังเป็นตัวจริง แต่ลูกโป่งวิเศษกำลังลอยขึ้นเหนือบ่อกล้าหาญอย่างรวดเร็ว
โอ๊ย เขาจะทำอย่างไรดี
จะหลุดออกไปในอวกาศไหมนี่
น่ากลัวเหลือเกิน
แดนตรีเดินวนหาทางออกอยู่ในลูกโป่งแก้ววิเศษอย่างเสียขวัญ
เทพตรัสวินชี้ไปที่ลูกโป่งบันดาลให้มันลอยอยู่กับที่เหนือบ่อกล้าหาญ แล้วร้องสั่งโอฬาริกเสียงดัง
“โอฬาริกเลิกเล่นไล่จับกับปลากินเทพเสียที ไปคุ้มครองแดนตรีไว้”
โอฬาริกซึ่งกำลังวิ่งหนีปลากินเทพอย่างเอาเป็นเอาตายได้ยินเสียงเทพตรัสวินร้องสั่งก็หยุดวิ่งกะทันหัน พอเงยหน้าขึ้นไปมองข้างบนเห็นลูกโป่งวิเศษบรรจุเด็กชายลอยอยู่เหนือบ่อกล้าหาญตามลำพังก็ทำให้ยิ่งงวยงงว่าเกิดอะไรขึ้น ยังไม่ทันที่เขาจะถามว่าอย่างไร ปลากินเทพก็อ้าปากกว้างจนเห็นลูกกระเดือกอันเบ้อเร่ออยู่ข้างหลัง แต่แปลกที่มันไม่มีฟันแม้แต่ซี่เดียว โอฬาริกร้องเสียงหลงก่อนจะหายตัวหลบปากมหากาฬไปได้อย่างหวุดหวิด ปลากินเทพจึงงับดินกับหินเข้าไปเต็มปากมันสำลักพลางถ่มของแปลกปลอมทิ้งเป็นพัลวัน
“เกิดอะไรขึ้นแดนตรี” โอฬาริกปรากฏร่างขึ้นใกล้ลูกโป่งวิเศษแล้วจับเชือกไว้
“มีเทพตรัสวินตัวจริงกับตัวปลอมครับ” แดนตรีพูดเร็วด้วยความตื่นเต้น
“ฮ้า เป็นไปได้อย่างไรแล้วไหนล่ะตัวจริง” โอฬาริกถามเพราะตอนนี้เขาเห็นเทพตรัสวินสององค์กำลังต่อสู้กันอยู่กลางอากาศในบ่อกล้าหาญ ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างเอาเป็นเอาตาย
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ” แดนตรีแยกไม่ออกว่าองค์ไหนตัวจริงหรือตัวปลอมเพราะเหมือนกันมาก
ทั้งสองจึงได้แต่รอดูว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายชนะหรือเพลี่ยงพล้ำ คู่ต่อสู้ทั้งสองฝ่ายมีฝีมือสูสีกันมาก แล้วอยู่ ๆ เทพตรัสวินองค์หนึ่งอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายหายตัวหลบหอกเทพสิทธิ์ที่เขาพุ่งใส่ขว้างอะไรบางอย่างมาให้โอฬาริก ก่อนจะเรียกหอกเทพสิทธิ์กลับคืนมาในมือแล้วยกด้ามหอกรับการลอบโจมตีของเทพตรัสวินตัวปลอม แล้วทั้งสองก็ต่อสู้กันอย่างหนักหน่วงต่อไป
โอฬาริกรับแสงที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงไว้ในมือแล้วงงว่ามันคืออะไร
“เขาขว้างอะไรมาให้ข้าเนี่ย”
ลักษณะมันคล้ายแว่นตากันน้ำแต่ใสมากมีสายร้อยที่ปลายขอบทั้งสองข้าง
“ต้องเป็นหน้ากากแก้ววิเศษของจริงแน่เลยครับ เมื่อกี้เทพตรัสวินบอกว่าอันที่อยู่ที่ผมเป็นของปลอมเพราะปีศาจเมฆน้ำแข็งมันต้องการให้ผมตาบอด”
“ถ้าอย่างนั้นจะช้าอยู่ทำไมใส่เลยสิ เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเอาดาบพิชิตมารเอง” โอฬาริกยื่นหน้ากากแก้ววิเศษของจริงเข้าไปในลูกโป่งวิเศษ แดนตรีรับไปสวมเข้ากับใบหน้าทันทีเขานึกว่าจะต้องหลวมแน่เพราะสายคล้องที่ใช้สำหรับรัดศีรษะค่อนข้างยาว แต่หน้ากากแก้ววิเศษปรับตัวเองเข้ากับศีรษะของเด็กชายได้พอดีและไม่ทำให้อึดอัด ใส่สบายเหมือนไม่มีอะไรเกะกะอยู่บนหน้าเลย
แดนตรีทดสอบการมองจึงรู้ว่าหน้ากากแก้ววิเศษทำให้มองเห็นได้กว้างขึ้นและไกลขึ้นด้วย โอ วิเศษสมชื่อจริง ๆ
“พร้อมแล้วใช่ไหม” โอฬาริกถาม
“ครับ” แดนตรีตอบ
“ที่ซ่อนดาบพิชิตมารอยู่ตรงไหน” โอฬาริกถามอีกครั้ง
แดนตรีมองดูในบ่อแล้วชี้ไปยังตำแหน่งที่เขายังจำได้ดี โอฬาริกพาเด็กชายลอยลงไปในบ่อทันที แต่มันไม่ง่ายเลยเพราะปลากินเทพจ้องดักเขาอยู่ข้างล่าง ท่าทางมันคงจะโกรธที่โอฬาริกหลอกให้มันกินดินกับหินเข้าไปคำเบ้อเร่อ
“ข้าจะทำอย่างไรกับปลากินเทพตนนี้ดีล่ะเนี่ย”
แดนตรีนึกอะไรขึ้นมาได้จึงล้วงมือลงไปในย่ามหยิบถุงขนมของนางฟ้าขึ้นมาแล้วเรียกโอฬาริกให้ยื่นมือเข้ามารับเอาไป
“นี่อะไร” โอฬาริกถามพลางมองดูถุงแก้ว
“ขนม” แดนตรีตอบ
“นี่ไม่ใช่เวลากินขนมนะแดนตรี” โอฬาริกเอ็ดเสียงดัง
แดนตรีไม่ถือสาชี้แจงว่า
“เป็นขนมที่เจ้าหญิงนางฟ้าในดินแดนปริศนาฝากมาให้ท่าน ผมคิดว่าน่าจะใช้หลอกล่อปลากินเทพได้ มันอยู่แต่ในบ่อคงไม่เคยกินขนมอร่อย ๆ ลองโยนให้มันกินดูสิครับเผื่อมันจะชอบ ถ้าปรากฏว่ามันชอบจริง ๆ ท่านก็ขว้างออกไปให้ไกลจากจุดที่เราจะลงไป ปลากินเทพจะได้ไล่ตามขนมไป จังหวะนั้นท่านก็รีบพาผมลงไปเอาดาบ”
“อ้อ เป็นอย่างนี้เองหรือ แหมเจ้านี่ฉลาดจริงเชียว” โอฬาริกชมเปาะ
แดนตรีส่ายหน้าแกมระอายักษ์อารมณ์แปรปรวน เมื่อกี้ยังเอ็ดใส่เขาอยู่หยก ๆ มาตอนนี้ชมอีกละ สงสัยจะเป็นยักษ์วัยทองเสียก็ไม่รู้
“แต่นึกไปก็เสียดายนะเจ้าหญิงนางฟ้าอุตส่าห์ฝากมาให้ทั้งทีชิมสักชิ้นก่อนคงไม่เป็นไร” โอฬาริกหยิบขนมจากถุงแก้วขึ้นมาชิมหนึ่งชิ้นแล้วทำตาโตก่อนจะหยิบกินอีกชิ้นอย่างติดใจ
“โอฬาริกอย่าเห็นแก่กินนักเลยน่ะ เดี๋ยวขนมก็หมดหรอก” แดนตรีปราม
“เออ ก็ได้...ก็ได้...น่าเสียดายจัง...ขอชิมอีกอันเดียวนะ” ว่าแล้วโอฬาริกก็รีบหยิบขนมใส่ปากพลางทำคอย่นเมื่อถูกเด็กชายเอ็ดตะโรใส่
“โอฬาริก!”
“รู้แล้วน่า” โอฬาริกบ่นพึมพำก่อนจะลองโยนขนมลงไปในบ่อตรงหน้าปลากินเทพ มันดุนจมูกดมดูก่อนแล้วตะแคงปากงับขนม
โอฬาริกกับแดนตรีจ้องตาไม่กระพริบ พอเห็นปลากินเทพทำตาโตยักษ์กับมนุษย์ก็สะดุ้งตกใจนึกว่ามันไม่พอใจ แต่แล้วนัยน์ตาดุดันนั้นกลับปรอยเชื่อมลงเหมือนจะอ้อนวอน
“มันชอบล่ะโอฬาริก” แดนตรีตื่นเต้น
“เอ้า เอาไปทั้งถุงเลยเพื่อน ขอให้อร่อยนะ” โอฬาริกพูดพลางขว้างถุงขนมไปไกล ๆ ปลากินเทพรีบแหวกว่ายตามถุงขนมไปทันที โอฬาริกได้โอกาสพาแดนตรีลอยลงไปยังบริเวณที่ซ่อนดาบพิชิตมาร เขาไม่ได้ใช้พลังเวทแต่กลับใช้กำลังมหาศาลของตนเองผลักก้อนหินออกไปให้พ้นทาง
พลันแสงสว่างจ้าก็สาดออกมาจากในโพรง แดนตรีกับโอฬาริกหลับตาปี๋เพราะตั้งหลักไม่ทัน ก่อนที่แดนตรีจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพอสายตาชินกับความสว่างเขาก็มองเห็นดาบพิชิตมารวางอยู่บนพื้น ความคิดถึงพลันท่วมอก ความปลาบปลื้มใจทำให้อยากกอดมันให้หายคิดถึง
เด็กชายพยายามเอื้อมมืออกไปหมายจะหยิบดาบแต่ผนังลูกโป่งแก้วเหนียวมาก อยู่ ๆ เทพตรัสวินก็มาปรากฏร่างขึ้นกะทันหันทำเอาโอฬาริกกับแดนตรีผงะด้วยความตกใจนึกว่าเป็นปีศาจเมฆน้ำแข็งปลอมตัวมา
“ข้าเอง” เทพตรัสวินกล่าวเสียงเป็นกังวานดุจเดิม
โอฬาริกกับแดนตรีถอนใจโล่งอก
“แล้วปีศาจเมฆน้ำแข็งล่ะครับ” แดนตรีถาม
“มันเผ่นไปตั้งแต่เห็นแสงดาบแล้ว” เทพตรัสวินตอบ
“ผมหยิบดาบไม่ได้ครับท่าน” แดนตรีบอก
“เจ้ากลั้นหายใจไว้นะข้าจะเก็บลูกโป่งวิเศษ ทันทีที่ลูกโป่งวิเศษหายไปให้เจ้ารีบหยิบดาบทันที...พร้อมไหม” เทพตรัสวินถามเป็นครั้งสุดท้าย
“พร้อมครับ” แดนตรีสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มที่ พอลูกโป่งแก้ววิเศษหายไปเขาก็รีบมุดเข้าไปในโพรงหยิบดาบพิชิตมารออกมาทันที “เฮ ผมได้ดาบพิชิตมารแล้ว”
เด็กชายชูดาบพิชิตมารขึ้นสุดแขนประกายดาบพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสว่างจ้าไม่แพ้ดาวฤกษ์ สัตว์ประหลาดที่อยู่ในบ่อกล้าหาญครั้นเห็นแสงดาบพิชิตมารต่างพากันวิ่งพล่านหาที่หลบซ่อนอย่างชุลมุน
พลังจากดาบพิชิตมารปลุกพลังวิเศษในตัวเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์ให้ตื่นขึ้น แดนตรีรู้สึกเหมือนมีพลังมหาศาลอยู่ในตัว กายเบาหวิวแต่ใจกลับฮึกเหิมลำพอง
“ลองเหาะดูสิ” เทพตรัสวินบอกและไม่ต้องอธิบายซ้ำ ๆ เหมือนที่ผ่านมา แดนตรีก็นึกรู้ได้ทันทีว่าจะต้องทำอย่างไร เพียงเขานึกคำว่า เหาะ ร่างของเขาก็ทะยานขึ้นไปบนฟ้า ไม่ว่าจะสั่งให้หยุดอยู่กลางอากาศหรือเหาะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาหรือเดินเล่นอยู่บนท้องฟ้าเขาก็ทำได้ทุกอย่างเหมือนผู้วิเศษ
“ทีนี้ลองหายตัวซิ” เทพตรัสวินตะโกนบอก
เด็กชายลองทำตามเพียงนึกว่า หายตัว ร่างของเขาก็หายวับไปในอากาศทันที แต่แดนตรีก็ยังคงมองเห็นร่างกายของตนเองอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่รู้สึกว่ากายละเอียดและเบาขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
“อ้าว หายตัวแล้วก็โผล่ออกมาสิคร้าบ ไม่ใช่หายแล้วหายลับนะคร้าบ” โอฬาริกร้องบอกพลางมองหาเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์
แดนตรีคิดว่าจะไปโผล่ที่ไหนดีแล้วก็นึกอะไรสนุกขึ้นมาได้ ไปโผล่ข้างหลังโอฬาริกแกล้งเขาเล่นดีกว่า
โอฬาริกสะดุ้งโหยงเหมือนถูกไฟจี้ที่ด้านหลัง พอหันกลับไปมองก็เห็นเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์ยืนถือดาบหัวเราะร่วนอยู่ อารมณ์ตกใจแกมฉุนทำให้เขาเอ็ดตะโรใส่
“เจ้าอย่าได้เที่ยวเอาดาบมาไล่จี้ข้าอีกนะข้าร้อน”
แดนตรีไม่รู้ว่าดาบร้อนจึงทำท่าเสียใจแล้วพูดว่า
“ขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่าดาบร้อน แต่ทำไมผมไม่เห็นรู้สึกร้อนเลย”
เด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์ลองลูบดาบเล่นดูก็รู้สึกเพียงแค่มีพลังดึงดูดบางอย่าง แต่ไม่รู้สึกว่าร้อนอย่างที่โอฬาริกกล่าวหาสักนิด ค่อนข้างจะเย็นมือด้วยซ้ำ เขาเอาดาบแนบแก้มตนเองก็รู้สึกว่าเย็นดี เหมือนมันจะดูดไอร้อนออกไปจากตัวเขาด้วยซ้ำทำให้เขารู้สึกสบายเบาเนื้อเบาตัวดี
“ไหนขอข้าดูหน่อยซิ” เทพตรัสวินกล่าวพลางยื่นมือไปหยิบดาบ ทั้งที่แดนตรีก็ไม่ได้กำด้ามดาบแน่นอะไรนักหนาแต่เขาก็หยิบดาบมาไม่ได้เหมือนมันติดอะไรบางอย่าง เขาจึงนึกขึ้นได้ว่าต้องให้เจ้าของอนุญาตก่อน “ดาบไม่มาหาข้าเจ้าต้องอนุญาตก่อน”
“ผมอนุญาต” แดนตรีกล่าว
เทพตรัสวินหยิบดาบมาได้อย่างง่ายดาย
“โอ มันช่างวิเศษจริง ๆ ดาบรักเจ้าของ เจ้าของก็รักดาบ ทั้งดาบและเจ้าของดาบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเหมือนกายกับจิตที่แยกกันไม่ออก” เทพตรัสวินปรารภพลางลูบดาบเล่นไม่เห็นบ่นว่าร้อนสักคำ
“อ้าว แล้วท่านไม่ร้อนมือรึ” โอฬาริกถามพลางมองตาปริบ ๆ
“ไม่นะ ข้ารู้สึกเย็นและสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาล” เทพตรัสวินมองดาบอย่างหลงใหล
“ทำไมทีข้าโดนยังร้อนหลังวาบเหมือนถูกไฟจี้เลยล่ะ” โอฬาริกแปลกใจ
“อาจเป็นเพราะ...มันชื่อดาบพิชิตมารมั้ง...มารอย่างเจ้าก็เลยร้อนรนอยู่ไม่ได้” เทพตรัสวินกล่าวไม่จริงจัง
“หมายความว่าอย่างไรที่ว่าข้าเป็นมาร” โอฬาริกไม่ยอมรับความจริง
“เจ้าเป็นเทพครึ่งมาร ในดวงจิตของเจ้าส่วนหนึ่งเป็นมารครองอยู่ ดังนั้นเมื่อเจ้าต้องดาบพิชิตมาร พลังมารในตัวเจ้าจึงสำแดง ทีนี้เข้าใจหรือยังล่ะเจ้ายักษ์สมองทื่อ” เทพตรัสวินพูดเสียงจริงจังแกมรำคาญ
โอฬาริกกระโดดกระทืบพื้นพลางชี้หน้าเทพตรัสวิน ฟ้องเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์ว่า
“มันต้องเป็นปีศาจแปลงร่างมาแน่ ๆ แดนตรีจัดการมันเลยฟันมันให้ขาดสองท่อนไปเลย”
“อะไรเจ้ายักษ์ขี้โมโห ข้าล้อเล่นแค่นี้ก็ทำเป็นโกรธไปได้” เทพตรัสวินไม่รู้ตัวว่าพูดแทงใจดำยักษ์คู่หู
“ข้าไม่เชื่อว่าท่านเป็นเทพพิทักษ์ตัวจริง เพราะเทพพิทักษ์ไม่เคยด่าข้าว่าเป็นยักษ์สมองต่ำไม่มีไหวพริบ ข้าไม่ยอมนะแดนตรีเจ้าต้องจัดการกับมันให้ข้าหายแค้น เจ้าต้องฆ่าเจ้าปีศาจเมฆน้ำแข็งเดี๋ยวนี้” โอฬาริกยังแค้นเคืองปีศาจเมฆน้ำแข็งไม่หาย
“นี่แนะเจ้ายักษ์หัวขี้เลื่อย แค่นี้ก็แยกแยะไม่ออกรึว่าใครตัวจริงหรือตัวปลอม โอ๊ะ...” เทพตรัสวินฉุนขึ้นมาบ้างเอาดาบเคาะศีรษะยักษ์แล้วก็อุทานตกใจเมื่อเห็นผมดันดำดกของยักษ์ไหม้หยิกหยอยไปหย่อมหนึ่ง
“จ๊ากกกกกกก” โอฬาริกร้องลั่นพลางเต้นเร่าเพราะร้อนศีรษะ
“ข้าไม่ได้ตั้งใจข้าขอโทษนะโอฬาริก” เทพตรัสวินรู้แจ้งแล้วว่าดาบพิชิตมารมีปฏิกิริยากับผู้ที่เป็นมารอย่างไร ขนาดโอฬาริกเป็นเทพครึ่งมารยังเร่าร้อนถึงเพียงนี้ ถ้าปีศาจเมฆน้ำแข็งถูกอิทธิฤทธิ์ของดาบนี้จะเร่าร้อนขนาดไหน มิน่าล่ะเมื่อสักครู่กำลังสู้กันอยู่พอเห็นแสงดาบพิชิตมารสาดขึ้นไปมันถึงกับอยู่ไม่ได้ มันสู้บารมีดาบไม่ได้นั่นเอง
แดนตรีสงสารโอฬาริกก็สงสารขำก็ขำ เขาเลยทำหน้าปั้นยากครึ่งยิ้มครึ่งเศร้าอย่างไรชอบกล
โอฬาริกหยิบผมไหม้เกรียมบนศีรษะลงมาดูแล้วร้องไห้เหมือนเด็ก
“แง...ผมข้าไหม้ ข้าไม่ยอม...ข้าไม่ยอม”
“ไม่ยอมแล้วจะให้ข้าทำอย่างไร ก็มันไหม้ไปแล้วเดี๋ยวมันก็ขึ้นใหม่เองนั่นแหละ นี่เจ้าหยุดร้องไห้เป็นเด็กสามขวบเสียทีหูข้าจะแตกอยู่แล้ว ถ้าเจ้าไม่หยุดข้าจะเอาดาบเคาะหัวเจ้าอีก” เทพตรัสวินขู่อย่างรำคาญ
ได้ผล! โอฬาริกกระโดดถอยหลังและหยุดร้องทันที แต่ยังเอามือคลำผมตนเองป้อยท่าทางน่าสงสาร
เทพตรัสวินส่งดาบคืนให้แดนตรีพลางบอกว่า
“เอาไว้ข้าจะหาฝักให้ใส่ทีหลัง”
พูดถึงเทพตรัสวินตัวจริงหรือตัวปลอมแดนตรีก็นึกขึ้นมาได้
“ผมไม่รู้จริง ๆ นะครับว่าปีศาจเมฆน้ำแข็งปลอมตัวมาเป็นท่าน มันปลอมได้เหมือนมากไม่มีที่ติเลย มันรู้ได้อย่างไรครับว่าพวกเราอยู่ที่นี่”
“มันคงแอบสะกดรอยตามพวกเรามาน่ะสิ พอได้จังหวะก็เลยสวมรอยเป็นข้าเพื่อหลอกให้เจ้าใส่หน้ากากปลอม เพราะมันหวังจะให้เจ้าตาบอดเมื่อเจ้าตาบอดแล้วมันก็จะเล่นงานเจ้าได้ง่ายขึ้น” เทพตรัสวินแน่ใจว่าต้องเป็นเช่นนั้น
“มันร้ายกาจมากบังอาจใช้แผนลวงให้ผมกับโอฬาริกตายใจ หลอกให้โอฬาริกวิ่งหนีปลากินเทพเสียแทบแย่ ที่แท้มันก็จงใจหลอกให้โอฬาริกอยู่ห่างผมใช่ไหมครับ” แดนตรีเดาเหตุการณ์ได้ถูกต้อง
“ถูกต้อง” เทพตรัสวินพูดแล้วหันไปต่อว่าโอฬาริก “เจ้าก็ไม่มีไหวพริบสักนิด เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าข้าจะกล้าสั่งให้เจ้าลงไปเป็นเหยื่อล่อปลากินเทพได้อย่างไร ในเมื่อข้าเองก็รู้ดีว่ามันเสี่ยงและอันตรายแค่ไหน”
“โธ่ ก็ข้าไม่ทันนึกอย่างนั้นนี่นา ข้านึกว่าท่านไม่รักข้าแล้ว” โอฬาริกทำหน้าเศร้า
“จำไว้นะเพื่อนรักข้ารักเจ้าเสมอ ข้าไม่มีวันทำร้ายคนที่รักหรอก” เทพตรัสวินกล่าว
โอฬาริกน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้ง
“ถ้ารู้อย่างนี้ข้าคงไม่หลงกลเชื่อปีศาจเจ้าเล่ห์นั่นหรอก รอฟังแผนการของท่านก่อนเสียก็ดี”
“แล้วท่านมีแผนว่าอย่างไรหรือครับ” แดนตรีถาม
“นั่นสิ ตอนแรกท่านวางแผนไว้ว่าอย่างไร” โอฬาริกก็อยากรู้
“เอ่อ มันผ่านไปแล้วก็ช่างมันเถอะ ถึงอย่างไรแดนตรีก็ได้ดาบมาแล้ว ข้าว่าเรารีบกลับไปที่แดนอสุระดีกว่า ไป...แดนตรีเหาะตามข้ามา” ว่าแล้วเทพพิทักษ์ก็เหาะขึ้นไปก่อนอย่างรวดเร็ว แดนตรีเหาะตาม
“เดี๋ยวสิท่านเทพ ข้าอยากจะรู้ว่าแผนการของท่านเป็นอย่างไร บอกให้ข้ารู้ก่อน” โอฬาริกรีบเหาะตามไปทวงถามเพราะอยากรู้เป็นที่สุด อย่างน้อยถ้าได้ฟังแผนการดี ๆ ของเทพตรัสวินอาจทำให้เขาหาหูตาสว่างขึ้นมาบ้าง
แต่จนแล้วจนรอดเทพตรัสวินก็ไม่กล้าบอกเพื่อนรักว่าแผนการที่เขาวางไว้ก็ไม่ต่างจากแผนลวงของจอมปีศาจแม้แต่น้อย
ช่างเป็นเรื่องบังเอิญอย่างเหลือเชื่อ

0 ความคิดเห็น:

ตัวอย่างหนังแฮรี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม

ตัวอย่างพิเศษจาก Harry Potter 6

ตัวอย่างภายนตร์เรื่อง The Secret of Moonacre

เกมส์

สไลด์