หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

แดนตรีเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์ บทที่ 2


บทที่ 2 สัญลักษณ์แห่งเทพและดวงตราปีศาจ/เขียนโดย ณัฐพัชร์

“แดน...แดน...แดนตรี...”

หลายเสียงเรียกชื่อพร้อมกับช่วยกันเขย่าร่างเด็กชายแรงจนทำให้เขาตกใจตื่น เขาลุกขึ้นนั่งทันทีคล้ายหุ่นที่ถูกกระตุกขึ้นมา เด็กชายหอบหายใจแรงเหงื่อโทรมกายเหมือนถูกใครสาดน้ำ เด็กชายมองหน้าคนที่นั่งล้อมเขาอยู่แล้วค่อยนึกลำดับไปทีละคน

“คุณปู่ คุณย่า ป้าเนียน นี่ใครเล่นสงกรานต์กับผมหรือครับ” แดนตรีถามเพราะเนื้อตัวของเขาเปียกชุ่มเหมือนถูกสาดน้ำจริง ๆ

“เฮ้อ โล่งอก นึกว่าจะไม่ตื่นเสียแล้ว” ป้าเนียนซึ่งนั่งยอง ๆ บ่นพลางนั่งแปะลงกับพื้นกระดาน

“ยังไม่ถึงสงกรานต์หรอก ที่เปียกชุ่มอยู่นั่นน่ะมันเหงื่อของเจ้าต่างหาก” คุณย่าบอกพลางถอนใจอีกคน

“อากาศร้อนหรือครับ ทำไมเหงื่อออกเยอะจัง” แดนตรีก้มมองเสื้อยืดเนื้อบางสีฟ้าตัวเก่งที่ชุ่มเหงื่อจนแทบจะบิดน้ำออกมาได้ แล้วก็สะดุดตากับสร้อยเงินแขวนพระเครื่องในกรอบเงินของคุณปู่ “สร้อยพระของคุณปู่นี่ครับ ทำไม...” แดนตรีเงยหน้ามองคุณปู่

“ก็นั่นน่ะสิทำไม ปู่ก็อยากรู้เหมือนกัน” คุณปู่ย้อนถามแล้วเล่าว่า “ป้าเนียนเห็นเจ้านอนดิ้นทุรนทุราย ทำเสียงอึกอักเหมือนถูกใครบีบคอ ก็เลยไปเรียกปู่กับย่ามาดู พวกเราก็เลยช่วยกันเรียก แต่ไม่ว่าจะตะโกนหรือเขย่าตัวแรงแค่ไหนเจ้าก็ไม่ยอมตื่น เอาแต่ดิ้นรนกระเสือกกระสน...”

“เหมือนโดนผีเข้าไม่มีผิด” ป้าเนียนสอดขึ้น

“ปู่ก็เลยอาราธนาพระไปคล้องคอให้เจ้านั่นไง” คุณปู่ชี้ไปที่สร้อยพระของท่านซึ่งอยู่บนคอของแดนตรี

แดนตรีนึกลำดับเหตุการณ์แล้วก็ต้องสั่นเยือกไปทั้งตัว เล่าด้วยเสียงอันตื่นเต้นสั่นรัวว่า

“ผมนอนหลับไปครับ แล้วก็ฝันไปว่ามีปีศาจเมฆน้ำแข็งหนีเทพปราบปีศาจชื่อเทพตรัสวินมาทางบ้านคุณปู่คุณย่า ทั้งสองต่อสู้กันแล้วเจ้าปีศาจเมฆน้ำแข็งมันเห็นผมยืนอยู่ที่ระเบียง มันก็เลยพุ่งเข้ามาสิงในร่างผม มันจะเอาวิญญาณผมไปแต่เทพตรัสวินช่วยผมไว้ พวกเขาต่อสู้กันอยู่ในตัวผมจนตัวผมแทบแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เจ้าปีศาจเมฆน้ำแข็งมันบอกว่าผมเป็นเด็กชายผู้มีบุญฤทธิ์ มันจะเอาดวงจิตของผมไปเสริมพลังของมัน แต่เทพตรัสวินไม่ยอมบอกให้ผมตั้งสมาธิอันเชิญพระบารมีของสมเด็จพระจอมไตรขับไล่มันออกไป ไม่เช่นนั้นมันจะทำให้ผมกลายเป็นปีศาจเหมือนมัน แต่ผมทำไม่ได้แล้วอยู่ ๆ ก็มีวงแหวนคล้องลงมาบนคอผม ผมรู้สึกเย็นซ่านแต่เทพกับปีศาจอยู่ไม่ได้ ต่างหนีออกจากร่างของผมทั้งซ้ายขวา เทพพุ่งออกทางขวาส่วนปีศาจพุ่งออกทางซ้ายครับ มันน่ากลัวจริง ๆ ครับคุณปู่” แดนตรียังสยดสยองไม่หายจนต้องกอดเข่าทั้งสองข้างของตนเองไว้แน่น

“โธ่เอ๊ย ขวัญเอ๋ยขวัญมาอยู่กับเนื้อกับตัวนะลูก” คุณย่ากอดหลานชายพลางลูบศีรษะเรียกขวัญปลอบโยน

“นอนกลางวันมากก็เลยฝันร้ายน่ะสิเรา” ป้าเนียนเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ

คุณปู่เพียงฟังเฉย ๆ ไม่วิจารณ์ว่าอย่างไร แต่แดนตรีเห็นคุณปู่เหลือบตาขึ้นไปมองบนฟ้านิดหนึ่ง แล้วหันมามองเด็กน้อยเมื่อได้ยินเขาถามว่า

“สมเด็จพระจอมไตรเป็นใครกันครับปู่”

“สมเด็จพระจอมไตรก็คือพระบรมศาสดาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราไงล่ะลูก” คุณปู่พูดพลางยกมือไหว้ผู้ที่เอ่ยถึงด้วยความเคารพสูงสุด

แดนตรีเข้าใจแล้วว่าทำไมเทพและปีศาจถึงต้องหลบไปเมื่อเจอความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธองค์

คุณย่าเสริมว่า

“คนเราไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ถ้ามีพระพุทธองค์อยู่ในใจเสมอ ไม่ว่าภูต ผี ปีศาจ หรือวิญญาณดวงไหนก็ทำอะไรเราไม่ได้ พระพุทธเจ้าจะทรงคุ้มครองเราตลอดเวลาจำไว้นะลูก”

“ครับ” แดนตรีรับคำหนักแน่นด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความศรัทธา

“เอาล่ะ เย็นมากแล้วแดนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมากินข้าวพร้อมกันนะลูก” คุณย่าบอก

บ้านของคุณปู่คุณย่าตั้งอยู่ในจังหวัดสุโขทัย ชีวิตความเป็นอยู่ของคุณปู่คุณย่าและป้าเนียนเป็นไปอย่างเรียบง่ายและพอเพียง ฐานะของคุณปู่คุณย่าไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ก็อยู่กันอย่างมีความสุขไม่ขัดสน บ้านไม้แบบไทย ๆ โปร่งโล่งแต่ไม่เหมือนเรือนไทยหรูหราหลังคาทรงจั่วสูงอย่างที่เห็นในหนังสือตกแต่งบ้าน บ้านของคุณปู่คุณย่ามีห้องหับเพียงพอสำหรับลูกหลานและมีห้องพระซึ่งเป็นห้องประธานของบ้าน
การกินอาหารก็จะนั่งล้อมวงกับพื้นรอบตั่งตัวหนึ่งที่ระเบียงด้านในหน้าห้องโถงใหญ่ หมายถึงระเบียงยกพื้นขึ้นมาจากชานเรือน อาหารก็จะเป็นอาหารไทยพื้นบ้านที่เห็นเป็นประจำก็คือน้ำพริกกับเครื่องเคียงซึ่งขาดไม่ได้สำหรับคุณปู่คุณย่าและป้าเนียน นอกนั้นก็จะเป็นต้มหรือแกงอะไรสักอย่างที่จะช่วยทำให้คล่องคอ ถ้าแดนตรีมาอยู่ด้วยป้าเนียนก็จะทำไข่เจียว หรือไม่ก็หมูย่างหรือไก่ย่างหรือปลาย่างหรือไม่ก็ผัดผักอย่างใดอย่างหนึ่งเสริมให้สำหรับเด็กชายด้วย

เดี๋ยวนี้แดนตรีเริ่มหัดกินน้ำพริกบ้างแล้วแต่กินได้น้อยเพราะน้ำพริกเผ็ดมาก ป้าเนียนเปรยว่าวันหลังจะตำน้ำพริกชนิดเผ็ดน้อยแยกให้แดนตรีถ้าเขาอยากกิน แดนตรีรีบขอบคุณด้วยความดีใจในความมีเมตตาของป้าเนียนแม้ว่าดูผิวเผินคล้ายป้าเนียนจะไม่ค่อยสนใจเขาสักเท่าไร แต่เรื่องอาหารการกินป้าเนียนไม่ยอมให้หลานอดเป็นแน่

หลังจากช่วยป้าเนียนเก็บสำรับกับข้าวและล้างจานแล้วแดนตรีก็ไปนั่งที่ม้านั่งยาวริมระเบียงคุยกับคุณปู่ ส่วนคุณย่ากับป้าเนียนไปดูโทรทัศน์กันที่ห้องโถงในตัวเรือน แดนตรีไม่ใช่เด็กติดโทรทัศน์ไม่ทราบว่าเพราะอะไรทั้งที่พ่อกับแม่ก็เลี้ยงดูลูกเหมือนพ่อแม่ทั่วไป แต่แดนตรีไม่อยากดูเองเขาชอบอ่านหนังสือมากกว่า บางทีเขาก็อ่านหนังสือเรียนเพื่อทบทวนเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่จะชอบอ่านหนังสือการ์ตูนที่มีเนื้อเรื่องผจญภัยหรือสลับซับซ้อนต้องใช้ความคิดติดตาม หรือบางทีก็อ่านหนังสือทั่วไปเท่าที่เด็กวัยเจ็ดขวบจะอ่านได้โดยเข้าใจ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเหตุนี้จึงทำให้เขาก้าวหน้าในการเรียนอ่านเขียนอย่ารวดเร็ว
เด็กคนอื่นอาจจะต้องการให้พ่อแม่ช่วยสอนการบ้าน แต่แดนตรีทำตามตัวอย่างที่ครูสอนอยู่ในโรงเรียน ครั้นกลับถึงบ้านเขาก็ทำการบ้านของเขาเองโดยไม่ต้องมีใครมาสอน นอกเสียจากว่าไม่เข้าใจจริง ๆ จึงจะถามพ่อหรือแม่ แต่ส่วนใหญ่จะถามแม่เป็นหลักเพราะพ่อกลับบ้านค่ำจนถึงดึก บางครั้งเลยเวลานอนของแดนตรีแล้วพ่อก็ยังไม่กลับ แต่แม่นั้นเรียกหาได้ยี่สิบสี่ชั่วโมง

แดนตรีเดินไปยืนข้างคุณปู่ซึ่งนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้โยกตัวโปรด เด็กชายถอดสร้อยพระคืนให้คุณปู่แต่คุณปู่กลับบอกว่า

“คืนนี้แดนเอาใส่คอไว้ก่อนเถอะจะได้ไม่นอนฝันร้ายอีก พรุ่งนี้ปู่จะหาสร้อยกับพระที่เหมาะสมกับแดนให้ใส่แทน”

แดนตรีสวมสร้อยพระไว้ที่คอเหมือนเดิม แม้จะหนักแต่ก็ทำให้อุ่นใจและรู้สึกปลอดภัยเหมือนอยู่ใกล้ผู้ใหญ่ที่คุ้มครองเราได้ เด็กชายเดินไปนั่งที่ม้านั่งริมระเบียงแล้วถามคุณปู่ว่า

“คุณปู่เชื่อเรื่องที่ผมเล่าไหมครับ”

“เชื่อ” คุณปู่ตอบโดยไม่ลังเลแล้วพูดเสริมว่า “ปู่เชื่อว่าแดนฝันอย่างนั้นจริง ๆ”

“หมายความว่าคุณปู่ไม่เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริงใช่ไหมครับ” แดนตรีข้องใจและน้อยใจที่ไม่มีใครเชื่อว่าเขาเห็นปีศาจอยู่เหนือหลังคาบ้านคุณปู่กับคุณย่า...ในความฝันที่เหมือนจริงเสียยิ่งกว่าเหมือน

“แดน...นั่นมันความฝันนะลูก จะไปยึดถือไม่ได้ต้องปล่อยวาง” คุณปู่พูดเป็นนัยแฝงธรรมะ

“แล้วถ้ามันเป็นเรื่องจริงขึ้นมาล่ะครับ” แดนตรียังวิตก แม้ว่าคุณปู่จะเคยสอนให้ปล่อยวางแล้วแต่เขาก็ยังอดกังวลไม่ได้

“อะไรคือเรื่องจริงที่แดนว่าล่ะลูก” คุณปู่ถามยิ้ม ๆ

“ก็...” แดนตรีลังเล “เรื่องที่ปีศาจจะเอาวิญญาณของผมไปเสริมพลังชั่วร้ายของมันให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างไรล่ะครับ”

“เรื่องทำนองนั้นมันมีแต่ในนิทาน ความกลัวในใจของเราต่างหากที่ทำให้เราหวั่นไหว ถ้าจิตใจของเราหนักแน่นมั่นคงยึดมั่นในคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่าความดีจะคุ้มครองคนดีเสมอก็จะไม่ความชั่วร้ายใด ๆ มาครอบงำจิตใจของเราได้ แดนเป็นเด็กดีนะลูกพระพุทธเจ้าท่านจะทรงคุ้มครองแดนตลอดไป แดนอย่างคิดมากไปเลยเชื่อปู่เถอะ” คุณปู่ปลอบใจหลานชาย

“ผมเชื่อคุณปู่ครับ” แดนตรีตอบ คุณปู่ยิ้ม เด็กชายลุกจากม้านั่งก้าวไปยืนข้างเก้าอี้โยกของคุณปู่แล้วยื่นมือซ้ายให้คุณปู่ดู

รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณปู่จางหายไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่มีริ้วรอยค่อนข้างซีดเมื่อเห็นวงกลมสีเทาเข้มเท่าเหรียญห้าบาทบนฝ่ามือเรียวเล็กของหลานชาย ภายในวงกลมมีจุดสีดำสามจุดแต่ไม่ว่าจะมองจากทางไหนมันก็คล้ายจะเป็นได้ทั้งตาและปาก เหมือนปากและตาของปีศาจ!

“หมึกมั้งแดน” คุณปู่พูดกลบเกลื่อนทั้งที่ใจเริ่มหวั่นไหว

“ตอนแรกผมก็คิดอย่างนั้นครับ ผมเห็นมันตอนอาบน้ำ ผมนึกว่าตัวเองเอามือไปเปื้อนหมึกที่ไหนมาก็พยายามเอาสบู่ถูออกแต่ถูเท่าไรมันก็ยังอยู่เหมือนเดิม” แดนตรีอธิบายด้วยท่าทีเรียบขรึมและสุขุมเกินวัย

“แล้วแดนคิดว่าเป็นอะไรล่ะ” คุณปู่ถามพลางกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคออย่างลำบาก

“ดวงตราปีศาจครับ” แดนตรีตอบตามตรง

“เหลวไหล!” คุณปู่เอ็ด

“คุณปู่ดูนี่สิครับ” แดนตรีไม่ได้โกรธคุณปู่แม้แต่น้อย เขารู้ว่าเวลาผู้ใหญ่ต่อต้านความคิดของเด็กก็มักจะใช้คำว่า ‘เหลวไหล’ เป็นการยุติและตัดทางความคิดที่เห็นว่าไม่เข้าท่าของเด็กเสมอ

คุณปู่มองไปที่มือข้างขวาของหลานชายอีกครั้ง กลางฝ่ามือมีรูปหอกสีเงินประทับอยู่ แปลกตรงที่มันไม่เหมือนสติกเกอร์ มันดูคล้ายหอกจริงที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนัง ปลายหอกชี้ออกไปทางปลายนิ้ว คราวนี้คุณปู่ไม่กล้าวิจารณ์สุ่มสี่สุ่มห้าได้แต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแต่ก็อดถามไม่ได้ว่า

“อะไรล่ะนั่น”

“ตรงข้ามกับข้างซ้ายครับ” แดนตรีตอบ คุณปู่เหลือบตามองหน้าหลานชาย อึ้งจนพูดอะไรไม่ออก เด็กชายอธิบายเสริมว่า “ผมคิดว่ามันเป็นสัญลักษณ์แห่งเทพ คุณปู่ยังคิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหลอยู่อีกหรือเปล่าครับ”

คุณปู่มองหลานชายวัยเจ็ดขวบที่ใช้คำพูดคำจาเป็นผู้ใหญ่เกินวัย

“แล้วแดนคิดว่าอย่างไร” คุณปู่ย้อนถาม

“ผมไม่แน่ใจครับคุณปู่” แดนตรีเกิดความสับสนขึ้นมาเฉย ๆ

“หมายความว่าอย่างไรที่ว่าไม่แน่ใจ” ในเวลานี้คุณปู่เองก็ชักไม่แน่ใจเหมือนกัน

“ผมเกรงว่า...ในตัวผมอาจจะมีทั้งเทพและปีศาจแฝงอยู่...ผมจะทำอย่างไรดีครับคุณปู่” คราวนี้แดนตรีไม่สามารถปิดปังความกลัวไว้ได้อีกต่อไป เขากลัวจับจิตจับใจ ภาพในความฝันมันฝังแน่นอยู่ในความทรงจำยิ่งกว่าคราบตะไคร่ที่ฝังตัวแน่นอยู่บนหินโสโครก

“เอ่อ...” คุณปู่ลงจากเก้าอี้โยกแล้วโอบไหล่หลานชาย ท่านก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างไรดีจึงจะทำให้หลานชายหายหวาดกลัว จึงชวนว่า “แดนอย่างเพิ่งคิดอะไรมากเลยนะลูก เอาอย่างนี้ไปไหว้พระกับปู่ดีกว่า บางทีอาจจะทำให้แดนสบายใจขึ้น รอยหมึกบนฝ่ามือนั่นมันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ เดี๋ยวมันก็เลือนหายไปเองตามธรรมชาติ แดนไม่ต้องกลัวนะลูก ปู่จะอยู่ใกล้ ๆ แดนและคอยช่วยแดนเหมือนเมื่อตอนกลางวันที่แดนฝันร้ายแล้วปู่ก็อาราธนาคุณพระไปช่วยแดนไว้ แดนจำไว้ให้ดีนะลูกคุณพระอยู่ในใจเราผู้นับถือพระพุทธเจ้าเสมอ ไม่ว่าในยามคับขันอย่างไรให้ระลึกถึงท่านท่านจะช่วยคุ้มครองเราให้ปลอดภัย”

“ครับคุณปู่ คืนนี้ให้ผมนั่งสมาธิกับคุณปู่ได้ไหมครับ” แดนตรีสบายใจขึ้นเมื่อได้ฟังคุณปู่กล่าวถึงพระพุทธเจ้าผู้เป็นจอมศาสดาของศาสนาพุทธ

“ได้สิลูก การฝึกปฏิบัติสมาธิเป็นการเสริมสร้างบารมีและป้องกันเราจากสิ่งชั่วร้าย แดนยังจำที่ปู่เคยสอนวิธีนั่งสมาธิได้ไหมลูก” คุณปู่เสริมกำลังใจให้หลานชาย

“ได้ครับ นั่งหรือนอนหรือยืนหรือเดินในท่าสบายจะหลับตาหรือไม่ก็ได้ แล้วให้นึกว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ สามครั้ง ทีนี้ตอนหายใจเข้าให้นึกคำว่า พุธ พอหายใจออกก็นึกคำว่า โธ ทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าใจจะสบายแล้วลืมคำภาวนาไปเอง หลังจากนั้นหายใจเข้าหรือหายใจออกก็ให้รู้สัมผัสเวลาลมวิ่งผ่านปลายจมูก ไม่ต้องสนใจอย่างอื่น ทำไปเรื่อย ๆ ใช่ไหมครับ” แดนตรีทวนคำสั่งสอนของคุณปู่

“ถูกต้อง หลานปู่เก่งที่สุดในโลก” คุณปู่กอดหลานรักอย่างรักใคร่เอ็นดูและชื่นชม แล้วเสริมว่า “ไม่ว่าเราจะทำอะไรอยู่เราก็ภาวนาได้ทุกเวลา ทำบ่อย ๆ จะช่วยทำให้ความจำดี เรียนหนังสือเข้าใจง่าย และที่สำคัญทำให้เราสุขภาพจิตดีร่างกายแข็งแรงอีกด้วย...เราไปไหว้พระกันเถอะคืนนี้จะได้นอนหลับฝันดี”

คุณปู่พูดพลางจูงมือหลานชายเดินไปที่ห้องพระ แต่ก่อนจะเข้าไปในบ้านคุณปู่แอบมองขึ้นไปบนฟ้าทางเบื้องหลังโดยไม่ให้หลานชายรู้ เพราะอยากดูให้แน่ใจว่ากลุ่มควันสีดำที่ลอยมาบดบังดวงจันทร์นั้นมันคือเมฆหรือค้างคาวบินผ่านไปกันแน่ แล้วก็ต้องรีบหันหน้ากลับเมื่อตาฝาดมองเห็นกลุ่มควันสีดำที่ดูเหมือนเมฆทะมึนนั้นสะแหยะยิ้มอย่างน่าเกลียดน่ากลัวจนคุณปู่ขนลุกซู่ไปทั้งกาย

0 ความคิดเห็น:

ตัวอย่างหนังแฮรี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม

ตัวอย่างพิเศษจาก Harry Potter 6

ตัวอย่างภายนตร์เรื่อง The Secret of Moonacre

เกมส์

สไลด์